หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม. ไฟเขียว ...

ครม. ไฟเขียว โครงการไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคน วงเงิน 5 พันล. ทางเลือกใหม่ระดมทุนภาครัฐ

13.05.25 | 13:51 น.

ครม. ไฟเขียว โครงการไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคน วงเงิน 5 พันล.ทางเลือกใหม่ระดมทุนภาครัฐ

เมื่อ้วลา 11.40 น.วันที่ 13 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ การอนุมัติวิธีการกู้เงินด้วยการออก token digital ของรัฐบาล หรือ G-token ตามมาตรา 10 วรรค 1 แห่งพ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะสร้างโอกาสและส่งเสริมการเข้าถึงการลงทุนที่มีคุณภาพให้กับประชาชน ด้วยการผลักดัน token digital ของรัฐบาลให้เป็นเครื่องมือการลงทุนรูปแบบใหม่ของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีการเงินมาประยุกต์ใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับประชาชนมากขึ้น

ทั้งนี้การออก G-token ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบดิจิทัล และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมดิจิทัลในอนาคต โดยรัฐบาลเน้นย้ำในเรื่องของระบบและกระบวนการที่มีความปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายพิชัย​ ชุณหวชิร​ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง​ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการ “ไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคน” เป็นทางเลือกใหม่ในการออมและการลงทุนให้กับประชาชน และเป็นการเพิ่มช่องทางการระดมทุนของรัฐบาล ซึ่งเบื้องต้นกำหนดวงเงินประมาณบวก/ลบ 5,000 ล้านบาท

“ยืนยันว่าจะเป็นการเพิ่มการเข้าถึงการลงทุนของประชาชนมากขึ้น ในสัดส่วนที่เหมาะสม รายย่อยสามารถเข้าไปถือได้ โดยผู้ถือหน่วยลงทุน หรือผู้ถือเครื่องมือการลงทุนไทยแลนด์ดิจิทัลโทเคนนี้ จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนและถือ นับเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะ ไม่ได้เป็นการพิมพ์เงินใหม่ทั้งสิ้น และไม่ได้เป็นประเภทคริปโตเคอเรนซีอย่างแน่นอน“

Advertisement

นอกจากนี้ ยังได้รับข้อสังเกตของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาพิจารณาทั้งหมด ยืนยันว่าไม่ได้เป็น Digital Payment ไม่เป็นตั๋วชำระสินค้า

โดยมีข้อดีคือ ประชาชนสามารถลงทุนในสัดส่วนน้อยในรูปแบบดิจิทัล ตั้งแต่หลักร้อยบาทเป็นต้นไป ทำให้รัฐบาลขยายฐานการลงทุนได้ เนื่องจากผู้ที่มีความสามารถในการลงทุนน้อย จะเข้าถึงรูปแบบการลงทุนดังกล่าวได้ และเป็นการวางรากฐานนวัตกรรม Digital Economy ด้วย ซึ่งรูปแบบการลงทุนเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดหนึ่ง หากในอนาคตมีเครื่องมือการระดมทุน จะสามารถเข้าไปเทรดใน Digital Exchange ได้ และได้ผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอ

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า คาดว่าจะสามารถออกได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่วนช่องทางการซื้อนั้น จะมีความคล้ายกับการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา โดยการผ่านสถาบันการเงินต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีความปลอดภัย