สบน.คาดออกจี-โทเค็นภายในเดือนก.ค.นี้ เพิ่มทางเลือกการออมคนใหม่ ใช้เครื่องมือการระดมทุนรัฐบาลแบบดิจิทัลครั้งแรกของโลก
เมื่อวันที่13 พฤษภาคม นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกโทเคนดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token: G-Token หรือ จี-โทเค็น) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือการระดมทุนรูปแบบใหม่ ที่สามารถทดแทนการออกพันธบัตรออมทรัพย์ได้ โดยคาดว่าจะการเสนอขาย จี-โทเค็น ให้กับประชาชนครั้งแรกเร็วที่สุด ภายในเดือนกรกฎาคม 2568
“ทั้งนี้ การออก จี-โทเค็น เป็นการกู้เงินภายใต้กรอบการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2568 ปรับปรุงครั้งที่ 1 ผลตอบแทนของจี-โทเค็น จะเบิกจ่ายจากงบชำระหนี้ในกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นหนี้สาธารณะเช่นเดียวกับเครื่องมือระดมทุนอื่นๆ ของ สบน. ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหาเม็ดเงินเพิ่มทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 หมื่นบาท หรือดิจิทัล วอลเล็ตของรัฐบาล” นายพชร กล่าว

นายพชร กล่าวว่า สำหรับการออก จี-โทเค็น นั้น มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีทางเลือกในการลงทุน ซึ่ง สบน. จะพิจารณากำหนดรูปแบบ หน่วยลงทุนในเป็นหน่วยย่อยที่สุด อาจจะเป็น 1 โทเค็น เท่ากับ 1 บาท หรือมากที่สุดไม่เกิน 1 โทเค็น เท่ากับ 100 บาท และวิธีการดำเนินการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม ผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยต้นทุนคาดว่าจะต่ำลงจากการออกพันธบัตรปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อขายในตลาดรอง (Secondary Market) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารจัดการทางการเงินและสภาพคล่องเป็นการเฉพาะได้ดียิ่งขึ้น
นายพชร กล่าวอีกว่า จี-โทเค็น เป็นเครื่องมือใหม่ในการระดมทุนของรัฐบาล ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงการคลังในการนำเทคโนโลยีประยุกต์ใช้กับเครื่องมือทางการเงินเพื่อเพิ่มศักยภาพการระดมทุน เพิ่มความคล่องตัว และความโปร่งใสส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งของโลก ที่รัฐบาลใช้เครื่องมือดิจิทัล ในการกู้เงินจากประชาชนโดยตรง ขณะเดียวกัน มีหลายประเทศอาทิ สหราชอาณาจักร ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หรือ ฮ่องกง ที่ใช้เครื่องมือลักษณะเดียวกันนี้ระดมทุนเกี่ยวเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศให้เป็นแหล่งระดมทุนที่ยั่งยืน ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินในระดับภูมิภาคของประเทศ

