หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนเห็นต่าง...

เอกชนเห็นต่างรัฐอัดงบอุดหนุนโอทีเอท่องเที่ยว หวั่นเงินไหลไปต่างชาติ-ได้ไม่คุ้มเสีย

13.05.25 | 16:42 น.

เอกชนเห็นต่างรัฐอัดงบอุดหนุนโอทีเอท่องเที่ยว หวั่นเงินไหลไปต่างชาติ-ได้ไม่คุ้มเสีย

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผยว่า การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวไทยในขณะนี้ถือว่ามีความจำเป็นมากขึ้น เพราะท่องเที่ยวแผ่วลงจนน่ากังวลแล้วจริงๆ โดยงบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ก้อน 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งใหญ่สุด ประมาณ 1,760 ล้านบาท และใช้อุดหนุนการสนับสนุนแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) ทำตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ประมาณ 800 ล้านบาท และทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะอีก 500 ล้านบาท โดยต้องบอกว่า ภาคเอกชนบอกมาตลอดว่า การอุดหนุนโอทีเอนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะโอทีเอรายใหญ่ทุกรายในประเทศไทยเป็นต่างชาติหมด การที่อุดหนุนไปนั้นจะรู้ได้อย่างไร ว่าทำเพื่อให้ราคาห้องพักถูกลงจริงๆ หรือแพ็กเกจการท่องเที่ยวมีราคาต่ำลง และหากอุดหนุนบางโอทีเอเท่านั้น ก็จะเกิดความไม่เป็นธรรมในการใช้งบอุดหนุนตัดราคาขายคนอื่น จนเกิดสงครามราคาได้

นายธเนศ กล่าวว่า ปัญหาในปัจจุบันคือ เที่ยวบินเข้าไทยน้อยลงไปเรื่อยๆ หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่มีสายการบินเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทั้งจากเมืองหลักและเมืองรองในต่างประเทศ ก็มองไม่เห็นว่า โอทีเอจะช่วยได้อย่างไรกับการที่รัฐบาลเอาเงินไปอุดหนุนตรงนี้ โดยเฉพาะการวัดผลสำเร็จว่า โอทีเอจะนำงบที่ได้อุดหนุนไปลดราคาให้ผู้ใช้บริการจริงๆ ไม่ใช่ไปช่วยให้โอทีเอขายได้ถูกลงโดยที่ได้ได้กำไรมากขึ้นแทน

นายธเนศ กล่าวว่า ข้อเสนอของเอกชนคือ การจัดทำชาเตอร์ไฟล์ท หรือเช่าเหมาลำเข้ามาเที่ยวไทยโดยเฉพาะนั้น การสนับสนุนคาดว่าใช้งบประมาณอยู่ที่ 300 ล้านบาท แบ่งเป็นการสนับสนุนเที่ยวบินละ 3 แสนบาท จำนวน 100 เที่ยวบินจากเมืองรองของจีน คงต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาล นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง โดยต้องบอกว่าลำพังตลาดในประเทศคงมาชดเชยตลาดต่างประเทศที่หายไปไม่ได้ เพราะตลาดคนไทยส่วนใหญ่ก็จะเดินทางเที่ยวเฉพาะวันหยุด หากไม่ใช่วันหยุดเป็นวันธรรมดาก็จะมาลำบาก ยกเว้นว่ารัฐบาลจะต้องมีนโยบาย อาทิ ประกาศสนับสนับสนุนให้เวิร์กฟอร์มโฮม หรือเพิ่มวันหยุดให้เอื้อต่อการออกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมทำงานตามสถานที่ต่างๆ นอกที่ทำงานมากขึ้น ไปพักในต่างจังหวัดแล้วทำงานส่งได้ตามปกติ หากรัฐบาลสนับสนุนแบบนี้ได้ จะเอื้อให้เกิดการเดินทางในประเทศเพิ่มขึ้น แต่หากทำไม่ได้ ภาพก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป

“ตอนนี้หากเราไม่ทำอะไรเลย มองว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะหายไปเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องบอกว่า การนำงบมากระตุ้นทางการท่องเที่ยวอย่างเดียว ก็คงไม่เกิดประโยชน์ หากเราไม่ไม่ไปแก้ที่สาเหตุ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าทุกคนเนี่ยมองประเทศไทยว่าไม่ปลอดภัย อย่างล่าสุดรัฐบาลออสเตรเลียก็ออกประกาศแจ้งเตือนออกมาว่า ใครจะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยให้ระวังถึงความเสี่ยงเป็นข้อๆ เท่าที่อาจดูบางเรื่องก็เป็นข้อเท็จจริง บางเรื่องก็ไม่ใช่ ซึ่งรัฐบาลต้องออกมาพูดว่า ข้อใดไม่ใช่ความจริง และหากเป็นความจริงจะมีมาตรการในการดำเนินการอย่างไร ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวจะทำอย่างไร ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์เที่ยวไทยจะเสียหายในระยะยาว” นายธเนศ กล่าว

นายธเนศ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และททท. ออกมาพูดอย่างต่อเนื่องว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป ถือว่ายังไม่เป็นไร เพราะแม้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่รายได้เพิ่มขึ้น 9% ซึ่งไม่แน่ใจว่าตัวเลขมาจากไหน แต่อยากจะเรียนแบบนี้ว่า ตัวเลขที่นำมาใช้เป็นข้อมูลนั้น เป็นตัวเลขในช่วงพฤศจิกายน ถึงมีนาคม ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ตลาดที่อ้างอิงอย่างยุโรป หรือตะวันออกกลาง ตามธรรมชาติจะเที่ยวตามฤดูกาล แล้วในช่วงก่อนจะถึงเดือนพฤศจิกายนอีกครั้ง เดือนที่เหลืออีก 5-6 เดือนนี้จะทำอย่างไร ผู้ประกอบการจะบริหารจัดการอย่างไรให้ไหว เพราะยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวด้วย ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดี มีสงครามที่เกิดขึ้นในหลายๆ จุด สหรัฐประกาศมาตรการทางภาษี ซึ่งแค่ปัญหาเศรษฐกิจโลก คนก็ชะลอการเดินทางอยู่แล้ว แต่คนที่ยังเดินทางอยู่ก็เลือกไปที่อื่นแทนไทย โดยเฉพาะเวียดนามที่แย่งตลาดไทยไปเยอะ ประเด็นหลักเป็นเรื่องความปลอดภัยที่หนุนให้ไปเวียดนามมากขึ้น

Advertisement