ธุรกิจบริการพ่วงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค้านปรับผู้มีอำนาจควบคุมฯ หวั่นเพิ่มอุปสรรคการค้า-ภาคท่องเที่ยว
จากกรณีการยกร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. ที่มีกรรมาธิการ 27 คน และนายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่มีกำหนดประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้
นายธนากร คุปตจิตต์ อดีตนายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาชุดนี้ กำลังอยู่ระหว่างในการพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบมาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ…. จากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพบว่าร่างกฎหมายใหม่นี้ มีปัญหาในหลายประเด็น แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร่างกฎหมายใหม่นี้มีอำนาจและหน้าที่ในอันที่จะสามารถเสนอกฎหมายและออกกฎหมายในระดับอนุบัญญัติ (กฎหมายลูก) ได้ด้วยตนเองโดยตรง โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติอีกต่อไป
ซึ่งที่ผ่านมา เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มีการเสนอกฎหมายในลักษณะที่เรียกว่าสุดโต่งมาหลายเรื่อง เช่น เสนอให้มีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลต่างๆ (เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ เป็นต้น) และล่าสุดได้มีการเสนอให้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับฉลากสุรา โดยเสนอร่างกฎหมายที่จะให้ใช้ภาพคำเตือนบนฉลากสุรา (คล้ายกับภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้) แต่กฎหมายดังกล่าวที่ถูกเสนอมานี้ไม่ได้ประกาศออกเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้เนื่องจากไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ (เพราะกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ระบุไว้ว่า ร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดยคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าจะออกประกาศเป็นกฎหมายและบังคับใช้ได้นั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติก่อนเท่านั้น แต่ร่างพระบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับที่กำลังมีการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการอยู่นี้ กลับถูกแก้ไขอำนาจและหน้าที่ให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเป็นผู้เสนอและออกกฎหมายได้ด้วยตนเองโดยลำพัง โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติอีกต่อไป
เมื่อพิจารณาโดยละเอียดของร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กำลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขนี้พบว่า ในหมวดของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่มาตรา 26 ถึงมาตรา 32 (ฉลากและคำเตือน, สถานที่ห้ามขาย, สถานที่ห้ามบริโภค(ดื่ม), บุคคลที่ห้ามขายให้, วันและเวลาห้ามขาย, วิธีการและลักษณะของการห้ามขาย และการโฆษณา) จะต้องมีการออกกฎหมายอุบัญญัติ(กฎหมายลูก) เพิ่มเติมในภายหลัง ดังนั้น ดังที่กล่าวข้างต้นผู้เสนอและออกกฎหมายต่อไป คือ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยลำพัง โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการอื่นใดอีกต่อไป
” ตอนนี้วงการธุรกิจภาคบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แสดงความกังวลในประเด็นอำนาจหน้าที่ จากที่ได้ประชุมหารือกันในกลุ่มผู้ประกอบการทุกแขนง ได้เสนอลดปัญหาและอุปสรรค โดยต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของร่างกฎหมายใหม่นี้ ให้มีอำนาจหน้าที่เหมือนกฎหมายในปัจจุบันบัญญัติไว้ คือ การเสนอกฎหมายอนุบัญญัติใดๆ (กฎหมายลูก) โดยคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนจะประกาศเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ ก็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติก่อน เพื่อมีการกลั่นกรองตรวจสอบให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ ทั้งสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงอาจเพิ่้มอุปสรรคต่อการค้า และการท่องเที่ยว กับกฎเกณฑ์ที่จะบังคับใช้ต่อไป ซึ่งได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งสัญญาณถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เข้ามาดูแลและควบคุมอย่างเดิม เพื่อให้เกิดสมดุลต่อการพิจารณาและออกประกาศในอนาคต ” นายธนากร กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ ส่วนคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ จะมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ เป็นกรรมการ เสมือนเป็นครม.ย่อยๆ

