หน้าแรก เศรษฐกิจ เมื่อพันธบัตร...

เมื่อพันธบัตรถูกแปลงร่างเป็นโทเคน ดร.เอ็ม ตั้งคำถามต่อความพร้อมของระบบ

15.05.25 | 14:35 น.

เมื่อพันธบัตรถูกแปลงร่างเป็นโทเคน ดร.เอ็ม ตั้งคำถามต่อความพร้อมของระบบ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายอุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน หรือ ดร.เอ็ม  ผู้ร่วมก่อตั้ง FWX.finance แพลตฟอร์มการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) เปิดมุมมอง G Token ว่า หลายคนมองว่า G Token คือก้าวใหม่ของการลงทุนพันธบัตรในยุคดิจิทัล แต่สำหรับตน ยังมีคำถามสำคัญอีกหลายข้อที่ต้องขบคิด ตั้งแต่บทบาทของ market maker ไปจนถึงสิทธิ์ในการถือครองโทเคนเอง
วันนี้ คนถามเรื่อง G token กันมาเยอะมาก

จริง ๆ หลายคนพูดไปแล้วว่ามันคือ tokenized bond หรือการเอาพันธบัตรปกตินี่แหละ มาขายในรูปแบบของ tokens ซึ่งจริง ๆ มันก็ดีในแง่ของสภาพคล่อง กับขนาดที่ทำให้ซื้อขายได้ง่าย แต่ถ้ามองกันลึก ๆ มีสิ่งที่ต้องขบคิดกัน 3-4 ข้อ

1. ใครจะเป็น market makers (mm)?
เนื่องจากพอพันธบัตรกลายเป็น tokens ไปอยู่บนกระดานเทรด crypto มันจะต้องมีคนรอซื้อ รอขาย (bid-ask) ซึ่งโดยทั่วไปมักจะเป็นหน้าที่ของ mm ปัญหาคือถ้าไม่สามารถหาคนที่จะมา “รอซื้อ รอขาย” ได้ จะทำให้ราคาของ tokens มีส่วนต่างของ bid ask (spread) แย่มากๆ รวมถึงถ้าคนอยากจะขาย จะยิ่งขายได้ในราคาที่แย่ (high slippage) ซึ่งเรื่องนี้ค่อนข้างยาก เพราะทุกวันนี้ liquidity ของพันธบัตรปกติ ก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก และ mm เหล่านี้ก็ไม่สามารถเอาไป arbitrage ต่อที่ตลาดอื่นๆ ได้ ถ้าขาด mm ที่ดี (ซึ่งน่าจะหายาก) ก็จะทำให้ G-tokens ที่ประชาชนซื้อไป ถ้าอยากจะขายก่อนกำหนด (เพราะคิดว่ามันขายได้) จะสามารถเกิดการขาดทุนได้ ซึ่งในมุมของประชาชนอาจจะไม่ happy เพราะคิดว่ามันขายได้

2.ใครจะเป็นคนจัดการเรื่องการจ่ายดอกเบี้ย?
ด้วยความที่จะต้องมีดอก (coupon) ซึ่งพอคนถืออยู่ในรูป tokens จะมีการจ่ายดอกด้วยวิธีการไหน วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้กระดานเทรด (exchange) แจกให้ตามที่คนถือ ปัญหาคือมันจะต้องเป็นการทำงานเพิ่มขึ้นที่เกิดตาม exchange ต่างๆ ซึ่งต้องดูว่าแต่ละเจ้าจะยอมไหม และแต่ละเจ้าจะได้อะไร

Advertisement

3.สามารถโอนออกจาก Exchange ได้ไหม?
ผมเข้าใจว่าการซื้อวันนี้ คือเราต้องถืออยู่กับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset operators) เหตุผลเพราะการที่ต้องรู้ตัวตนของคนที่ถือ ซึ่งการโอนเข้า onchain ไปเก็บเองบน metamask wallet อาจจะทำให้ยากในการยืนยันตัวตนของคนถือ

ปัญหาคือ ถ้าโอนออก onchain ไม่ได้ และถือได้แค่บน Exchange มันแทบไม่มีความจำเป็นต้องเป็น tokens เลยจริงๆ ทำแค่เป็นเลข เทรดกันบน database ก็ได้ ประโยชน์ของ blockchain คือการที่เราสามารถยืนยันได้ว่าใครถืออยู่เท่าไหร่ สามารถโอนหากันได้แบบไม่มี permission และเราสามารถเป็นสินทรัพย์ด้วยตัวเราเอง (self-custody) ได้มากกว่านั้นคือยังสามารถใช้บริการ decentralized finance (DeFi) ต่าง ๆ ได้ด้วย

สุดท้ายคงต้องรอดูรายละเอียดว่าหน่วยงานที่ดูแลจะจัดการกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไรผมเข้าใจว่าหลาย ๆ อย่างทางรัฐบาลก็อยากทำ แต่อาจจะติดเกณฑ์ ติดกรอบจากหลายๆ หน่วยงานซึ่ง initiative แบบนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี และน่าสนใจครับผมเชื่อว่ายังมีปัญหาอีกมากที่ยังต้องแก้กันต่อไป นี่ยังไม่นับเรื่อง registrar รวมไปถึงการขายที่อาจจะยากขึ้น เพราะไม่ได้มีธนาคารที่สามารถจี้ไปตามสาขาต่าง ๆ เพื่อปิดยอด แต่ก็เป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุก ๆ ฝ่ายครับ