หน้าแรก เศรษฐกิจ มั่นคง นับถอย...

มั่นคง นับถอยหลังเลิกทำที่อยู่อาศัย จับมือบีทีเอสกรุ๊ป ทุ่ม 6.5 พันล้าน ผุดนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง 1 พันไร่

15.05.25 | 17:25 น.

มั่นคง นับถอยหลังเลิกทำที่อยู่อาศัย จับมือบีทีเอสกรุ๊ป ทุ่ม 6.5 พันล้าน ผุดนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง 1 พันไร่

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า ก้าวต่อไปของมั่นคงจะเน้นทำธุรกิจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โดย บริษัท พรอสเพ็ค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มากขึ้น และจะยุติการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยภายใน 2-3 ปีนี้ ขึ้นอยู่สถานการณ์เศรษฐกิจและการพัฒนาทรัพย์สินยังเหลือจำนวน 7 โครงการ จำนวน 800 ยูนิต คิดเป็นต้นทุนก่อสร้าง 1,000 ล้านบาท ซึ่งในนี้มีสร้างเสร็จแล้วประมาณ 100 ยูนิต ที่เหลืออยู่ระหว่างสร้างและที่ดินเปล่า 400 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยและกำลังซื้อไม่ดี จึงต้องเบนเข็มไปสู่ธุรกิจอื่น และสินค้าของบริษัทจับตลาดกลุ่ม 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการขอสินเชื่อยาก จึงทำให้การทำตราดยากกว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ๆ

นายวรสิทธิ์ กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทได้เพิ่มทุน 700 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ 1,000 ไร่ มูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพอีอีซี โดยร่วมทุนกับกลุ่มบีทีเอสกรุ๊ป ซึ่งแหล่งเงินที่จะใช้สำหรับการลงทุนมาจากการเพิ่มทุน ร่วมทุนและกู้จากสถาบันการเงิน รวมถึงยังเตรียมขายทรัพย์สินเข้าสู่กอง PROSPECT REIT มูลค่ารวมไม่เกิน 3,350 ล้านบาท กำหนดการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนระหว่างวันที่ 19 – 23 พฤษภาคม 2568

นายวรสิทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และได้รับอนุมัติจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) แล้ว คาดว่าจะทำการตลาดได้ตั้งแต่ในเดือนมิถุนายนนี้และส่งมอบพื้นที่ได้ในไตรมาสแรกของปี 2569 และเปิดดำเนินการในปี 2570 ตั้งเป้าหมายยอดขายที่ดินปีแรก ไว้ที่ประมาณ 680 ไร่ อย่างไรก็ดีการที่บริษัทเพิ่มบทบาทอสังหานิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้ธุรกิจครบวงจรมากขึ้น สร้างรายได้ระยะยาว และรองรับกับเทรนด์ธุรกิจในปัจจุบันที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่ามีการเติบโตค่อนข้างสูง ซึ่งพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ คือ เรือธงสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ประจำของกลุ่มมั่นคง โดยผลประกอบการปี 2567 ของพรอสเพคฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 898 ล้านบาท แบ่งเป็นจากการเช่าและบริการ 485 ล้านบาท เติบโตถึง 21% จากปีก่อนหน้า จึงเร่งพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในไปป์ไลน์ ได้แก่ โครงการ BFTZ 4 บางปะกง, โครงการ BFTZ 6 ถ.บางนา-ตราด กม.19 ให้แล้วเสร็จ วางเป้าปี 2568 รักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยทุกโครงการให้สูงกว่า 90% และเซ็นสัญญาผู้เช่าใหม่อีกกว่า 200,000 ตร.ม.

Advertisement

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหาร โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน กล่าวเสริมว่า การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะกง นับเป็นก้าวสำคัญของพรอสเพคฯในการต่อยอดศักยภาพ และสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีที่กำลังเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก โดยจะดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 7 กลุ่ม เช่น อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร, อุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเบา รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่าง ดาต้า เซ็นเตอร์และเทคโนโลยีคลาวด์

ปี 2567 ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดถึง 573,066 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุมีการลงทุนในอีอีซีของนักลงทุนต่างชาติกว่า 24,234 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเงินลงทุนทั้งหมด สำหรับพื้นที่ของเราที่โครงการ BFTZ 4บางปะกง ตั้งอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่มีผู้เช่าเต็ม 100% แม้พื้นที่บางส่วนยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แสดงถึงดีมานด์ที่ชัดเจน แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า และภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยไทยยังได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านระบบสาธารณูปโภคระบบโลจิสติกส์ และการเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคอาเซียน” นางสาวรัชนีกล่าว