ผู้ผลิตแอร์ โอด กำลังซื้อแผ่ว ฝนมาเร็ว สินค้าจีนดัมพ์ราคาหนัก ทุบยอดขายวูบ
วันที่ 16 พฤษภาคม นายสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศยี่ห้อ “ซัยโจเด็นกิ” เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องปรับอากาศปี2568 การแข่งขันสูง จากแรงกดดันภาวะเศรษฐกิจที่แย่ กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ ยังมีเรื่องของสภาพอากาศที่ฤดูร้อนและฤดูฝนมาเร็ว รวมทั้งสินค้าแบรนด์จีนดัมพ์ราคาขายลงมากถึง 20% ทั้งจากสินค้านำเข้ามาและโรงงานผลิตในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อยอดขายผู้ผลิตไทยลดลงค่อนข้างมาก จึงทำให้ผู้ผลิตที่มีสต๊อกอยู่จำนวนมาก จะนำสินค้ามาจัดโปรโมชั่นลดราคากันจำนวนมากในช่วงนี้
“ช่วง 4 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน ยังขายได้เพราะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนน่าห่วง เพราะฝนมาเร็ว และจีนดัมพ์ราคาลงมาแรงมาก แต่เราไม่ได้ลดราคาแข่งยอดขายจึงยังพอประคองตัวไปได้และไปถั่วเฉลี่ยกับยอดขายของเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ลดลงได้ เลยทำให้ภาพรวมครึ่งปีแรกยังไปได้ แต่จากภาษีของทรัมป์และกำลังซื้อลดลง เราชะลอนำเข้าอะลูมิเนียมและทองแดงจากจีนไปบ้าง ส่วนครึ่งปีหลังคงต้องรอดูสถานกาณ์กำลังซื้อในประเทศ สภาพอากาศและภาษีของทรัมป์จะส่งผลกระทบแค่ไหนและต้องปรับลดกำลังการผลิตลงหรือไม่ ถ้าลดคงไม่เกิน 10% จากปัจจุบันที่ผลิตอยู่ที่ปีละ 200,000 ตัว ให้เท่ากับยอดขายที่คาดว่าจะลดลงในปีนี้”นายสมศักดิ์กล่าว
นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากฤดูฝนที่มาเร็ว ส่งผลต่อยอดขายเครื่องปรับอากาศในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมโตไม่ถึง 10% จากเดิมคาดว่าจะโต 20-30% ทำให้ดีลเลอร์ที่สต๊อกสินค้าไว้จำนวนมาก ต้องนำออกมาลดราคากันคึกคัก เพื่อให้มีกระเงินสดหมุนเวียน ส่วนห้างมีทำโปรโมชั่นลดราคาเช่นกัน จึงทำให้ปัจจุบันราคาขายเครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 บีทียู ปรับราคาลงมา 7,000-8,000 บาทและมีบางแบรนด์ลดราคาต่ำกว่านี้ นอกจากนี้ยังต้องนำสินค้าหน้าฝนมาทำแคมเปญเร็วขึ้น เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ล่าสุดนำสินค้าใหม่มาวางจำหน่าย เป็นเครื่องดูดความชื้น ราคาประมาณ 10,000-30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม
“กำลังซื้อช่วงเดือนพฤษภาคมในภาพรวมดีกว่าเดือนเมษายนเล็กน้อย เป็นผลจากการที่เราทำแคมเปญต่างๆออกกระตุ้นการขาย ทำให้การจับจ่ายซื้อสินค้าคึกคักขึ้นบ้าง และตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมไปถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เราจะทำแคมเปญใหญ่ร่วมกับเดอะมอลล์ ออกมากระตุ้นการจับจ่ายช่วงกลางปี เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจในภาพรวม”นายรัชตะกล่าว
นายรัชตะยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังจะทบทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ด้วยกำลังซื้อค้าปลีกสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะนี้ยังไม่ค่อยดีมากนัก สะท้อนจากที่แบรนด์ได้มีการแข่งทำโปรโมชั่นลดราคากันอย่างหนัก อยากขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสำหรับกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้มีความคึกคักมากขึ้น เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีในการซื้อสินค้าหรือจะเป็นการทำโครงการช้อปดีมีคืนเฟส 2 ก็ได้ แต่ขอให้ปรับรูปแบบการลดหย่อนใหม่ไม่ให้เหมือนครั้งที่ผ่านมาที่แบ่งเป็น 30,000 บาทกับ 20,000 บาท เป็นการคืนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาทหรือจะทำโครงการคนละครึ่งก็ได้ เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยลงไปถึงรากหญ้าได้
“ส่วนโครงการแจกเงิน 10,000 บาท สำหรับกลุ่มอายุ 16-20 ปีที่ล่าสุดรัฐบาลขอทบทวนใหม่นั้น เราก็มีทำระบบเพื่อรองรับไว้แล้ว แต่ถ้าหากโครงการไม่สามารถดำนินการได้จริงๆ ก็เข้าใจรัฐบาลว่าต้องการนำเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่ให้กระเตื้องขึ้น จากแรงกดดันรอบด้าน ”นายรัชตะกล่าว

