เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายสุภัสสรณ์ จรรยา นายกสมาคมส่งเสริมอาชีพคนพิการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกรณีรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสวัสดิการรัฐ โดยเฉพาะผู้พิการที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนใหญ่กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และกู้นอกระบบมาลงทุน แต่มีบัญชีเงินฝากเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน อาจไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว โดยทั่วประเทศมีคนพิการ1.7 ล้านคน เฉพาะเชียงใหม่ มี 20,000-30,000 คน ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่รอบนอก ไม่ใช่ตัวเมือง อาจเข้าไม่ถึงสิทธิดังกล่าวเนื่องจากเดินทางลำบาก โดยเฉพาะคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อาทิ พิการทางสมอง หรือร่างกาย ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นรัฐบาลควรให้สิทธิคนพิการเหมือนคนปกติทั่วไปสามารถลงทะเบียนคนจนได้ทุกคน แม้ว่าได้รับเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท แต่ไม่เพียงพอ ส่วนเงินทะเบียนคนจน รายละ 3,000 บาท/ปี ไม่ใช่เงินมากนัก เพียงบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่านั้น
นายสุภัสสรณ์ กล่าวว่าปีที่แล้ว ผู้พิการที่ลงทะเบียนคนจนครั้งแรก บางรายได้รับเงินเพียง 1,500 – 2,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้รับเต็มจำนวน 3,000 บาท ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ใช้หลักเกณฑ์ใดพิจารณา รวมทั้งพิจารณาคนพิการเข้าทำงานในสถานประกอบการ ที่กฎหมายกำหนดจ้างแรงงาน 100 คน ต้องรับคนพิการ 1 คน แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจ หรือบังคับใช้กฎหมาย ทำให้คนพิการไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่วนกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่มีคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา ไม่สนับสนุนกิจกรรมคนพิการมากนัก หรือใช้เวลาพิจารณานาน ทำให้คนพิการเสียโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วย
ด้านนางมณฑา ปานศรีดอก อายุ 70 ปี ชาวต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่มาลงทะเบียนคนจน กล่าวว่าปีก่อนไม่ได้ลงทะเบียน เพิ่งลงทะเบียนปีแรก มาขอลงทะเบียนที่ธนาคารออมสิน ทั้งของตนเองและญาติที่ฝากลงทะเบียน แต่ไม่สามารถลงทะเบียนแทนคนอื่นได้ เพราะธนาคารแจ้งว่าต้องลงทะเบียนด้วยตนเอง แต่มีญาตินอนป่วยติดเตียง ไม่สามารถออกจากบ้านได้ เป็นอุปสรรคปัญหาลงทะเบียนดังกล่าว เพราะอาจเสียสิทธิและโอกาสเข้าถึงรัฐสวัสดิการ ดังนั้นควรผ่อนปรนหรืออนุโลมให้ญาติลงทะเบียนแทนได้ เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้จ่ายภายในครอบครัว

