ชัดเจนแล้วสำหรับมาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยฝ่าภาษีทรัมป์ ที่กำลังจ่อทุบเศรษฐกิจไทยปีนี้
โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับโลกยุคใหม่ มุ่งยกระดับขีดความสามารถเอสเอ็มอีไทย รักษาสมดุลทางเศรษฐกิจ ภายใต้ตลาดที่ผันผวน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐอเมริกา มี 4 ด้าน ได้แก่
1.ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีไทยปรับปรุงประสิทธิภาพ เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล ยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี ในวงเงินร้อยละ 100 จากเดิมยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพ
2.งดให้การส่งเสริมกิจการที่อาจมีปริมาณผลิตเกินความต้องการ หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อมาตรการการค้าของสหรัฐ และประเทศอื่นๆ เช่น กิจการผลิตเซลล์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่กลุ่มตะกั่ว-กรด อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งยานพาหนะ กิจการตัดโลหะ กิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกรณีตั้งนอกนิคมอุตสาหกรรมและไม่มีกระบวนการรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังจะงดส่งเสริมกิจการเหล็กขั้นปลายเพิ่มเติมจากเดิม ได้แก่ กิจการผลิตเหล็กทรงยาวทุกชนิด เหล็กทรงแบน (เฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กแผ่นหนา) และท่อเหล็กชนิดต่างๆ
3.เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณากระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ สำหรับบางกิจการที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากมาตรการการค้าสหรัฐ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรมเบา โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขชัดเจนว่าต้องมีกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญ มีการแปรสภาพวัตถุดิบหลักเป็นผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอ
4.ปรับปรุงเงื่อนไขการจ้างงานบุคลากรต่างชาติ สำหรับกิจการผลิตที่ขอรับการส่งเสริมลงทุนและมีการจ้างงานทั้งบริษัทตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจ้างบุคลากรไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
จะเห็นว่ามาตรการเหล่านี้เน้นปราบจีนเทาศูนย์เหรียญ อีกต้นตอสำคัญที่สหรัฐใช้เป็นข้ออ้างรีดภาษีไทย
แพคเกจด่วนนี้จะช่วยผลเจรจาราบรื่นแค่ไหน รอติดตาม!!
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

