หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท.เผยหนี้เส...

ธปท.เผยหนี้เสียแบงก์พาณิชย์ไตรมาส1/68 เพิ่มเป็น 2.9% ห่วงนโยบายการค้าฉุดการชำระหนี้

20.05.25 | 16:10 น.

ธปท.เผยหนี้เสียแบงก์พาณิชย์ไตรมาส1/68 เพิ่มเป็น 2.9% ห่วงนโยบายการค้าฉุดการชำระหนี้

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 1 ปี 2568 หดตัวอยู่ที่ 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยหลักจากการชำระคืนหนี้ที่อยู่ในระดับสูง สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัว ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่า ทั้งนี้ ยอดคงค้างสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไตรมาส 1 ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.48 แสนล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอล ต่อสินเชื่อรวมปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.9% โดยหลักจากสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อที่อยู่อาศัย  ทั้งนี้ สัดส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นผลของฐานสินเชื่อที่ลดลง สำหรับสินเชื่อสเตจ 2 หรือ ลูกหนี้ค้างชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นเกินกว่า 30 วัน ปรับลดลง โดยหลักจากการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้สัดส่วนสเตจ 2 ทรงตัวอยู่ที่ 6.97%  อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบริหารจัดการคุณภาพหนี้

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่าสำหรับผลการดำเนินงานปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยหลักจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง (ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงซึ่งเป็นปัจจัยฤดูกาลในไตรมาสก่อนและค่าใช้จ่ายด้านไอที) และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (เงินลงทุนและการวัดมูลค่าตราสารทางการเงิน) ปรับเพิ่มขึ้น  ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามภาวะการเงินที่ยังตึงตัวและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่รายได้ฟื้นตัวช้าและมีภาระหนี้สูง รวมถึงธุรกิจและครัวเรือนที่อาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมต่อฐานะการเงินจากผลกระทบของนโยบายการค้าโลก ตลอดจนติดตามผลสำเร็จของการให้ความช่วยเหลือภายใต้โครงการคุณสู้เราช่วย”น.ส.สุวรรณี กล่าว

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่าโดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2567 ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน จากสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ขยายตัวชะลอลง  ขณะที่ภาคธุรกิจมีสัดส่วนหนี้สินต่อจีดีพี ลดลงตามการกู้ยืมผ่านตลาดตราสารหนี้เป็นสำคัญ ด้านความสามารถในการทำกำไรโดยรวมทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและภาคการผลิต แต่ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่ชะลอลง

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่2 ของปีนี้ยังมีความ ท้าทายสูงจาก นโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากการเจรจายังไม่ยุติคาดว่าจะกระทบกับ เศรษฐกิจไทย ในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ ซึ่งธปท.มีการคุยกับ สถาบันการเงินและผู้ประกอบการตลอดเวลาเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้คาดว่า สถานการณ์การปล่อยสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของโครงการคุณสู้ เราช่วยนั้น ณ วันที่ 19 พฤษภาคม มี ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.3 ล้านราย (1.7 ล้านบัญชี) สำหรับมีผู้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ณ วันที่ 30 เมษายน ที่ 5.8 แสนบัญชี คิดเป็น30% ของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ เป็นมูลหนี้ 4.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 48% ของมูลหนี้เป้าหมาย 8.9 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้สินเชื่อบ้าน ราว 1.8 แสนราย มูลหนี้ 3 แสนล้านบาท ทั้งนี้ผู้ที่มีสิทธิ ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ถึง 30 มิถุนายนนี้

“ขณะที่ การขยายสิทธิโครงการคุณสู้ เราช่วย ให้ผู้มีหนี้ 1 วันก็ร่วมโครงการได้ กับ ปิดจบหนี้ 3 หมื่นบาทนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะต้องผ่านคณะกรรมการหลายชุด ก่อนที่จะสรุปออกมาได้ว่า จะขยายโครงการ คุณสู้ เราช่วยไปอย่างไร แต่ยืนยันว่า ใช้วันตัดรอบหนี้เสียเดิม คือ ก่อน วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ดังนั้นไม่มีผลต่อวินัยของลูกหนี้ในปัจจุบัน เพียงแต่จะขยายความช่วยให้มากขึ้นเท่านั้น” น.ส.สุวรรณี กล่าวและกล่าวว่า โดยคาดว่าจะสรุป โครงการคนสู้ เราช่วย ภายในเดือนมิถุนายน เพื่อให้ทันก่อนที่จะหมดเขต 30 มิถุนายนนี้

น.ส.สุวรรณี กล่าวว่า ส่วนความเห็นของ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรื่องการที่ให้สถาบันการเงิน หั่นกำไรเพื่อช่วยเหลือมาตรการทางเศรษฐกิจนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมา หลายธนาคาร ก็กำลังดำเนินการอยู่ โดยมีรายงานเข้ามาว่า กำไรที่ได้จากดอกเบี้ยนั้นลดลง เนื่องจาก ได้เข้าร่วมการช่วยเหลือผ่านโครงการคนสู้เราช่วย