หน้าแรก เศรษฐกิจ คมนาคม-เกษตร-...

คมนาคม-เกษตร-ท่องเที่ยว แห่ขอแชร์งบ 1.57 แสนล้านบาท ชงโปรเจ็กต์ขยายถนน-บูมเที่ยว-จ้างเกษตรกรขุดลอกคูคลอง

22.05.25 | 06:35 น.
1.57 แสนล้าน

คมนาคม-เกษตร-ท่องเที่ยว แห่ขอแชร์งบ 1.57 แสนล้านบาท ชงโปรเจ็กต์ขยายถนน-บูมเที่ยว-จ้างเกษตรกรขุดลอกคูคลอง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คค.) กล่าวว่า หลังคณะรัฐมนตรี( ครม.)มีมติเห็นชอบแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง คค.เตรียมเสนอแผนเร่งด่วนเพื่อใช้จ่ายงบดังกล่าวทันที โดยได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งเช็กความพร้อมโครงการใหม่ต่างๆ เบื้องต้นทั้ง 2 หน่วยงาน มีทั้งโครงการขยายถนน และโครงการใหม่ หรือโครงการอื่นๆ ที่มีความพร้อมในการดำเนินการ ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกตัดงบปี 2568 และงบปี 2569

“ได้กำหนดให้ทั้ง 2 หน่วยงานเช็กความพร้อม รวบรวมรายชื่อโครงการใหม่ต่างๆ และทำรายงานกลับมาที่ คค.ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะใช้กรอบวงเงินเท่าไหร่ ทราบว่าเบื้องต้นว่ากรอบวงเงินรวม 1.57 แสนล้านบาท จะครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ คมนาคม การท่องเที่ยว และเกษตร หลังจากผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯนั้น จะเข้าสู่กระบวนการการเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ภายในเดือนมิถุนายนนี้”นายสุริยะกล่าว

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงจะยื่นของบกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 ล้านบาท จำนวน 3,180 ล้านบาท จากเดิมที่จะขอใช้งบกลางดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 3,500 ล้านบาท ปรับลดลงมาเพื่อดำเนิน 3 โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่ 1.เที่ยวไทยคนละครึ่ง 1 ล้านสิทธิ งบ 1,780 ล้านบาท รัฐบาลสมทบเที่ยวเมืองหลัก 40% เมืองรอง หรือเมืองน่าเที่ยว 50% จำกัดสูงสุด 6 สิทธิต่อคนต่อสิทธิ 2.สนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) จำนวน 21 ราย อุดหนุนค่าธรรมเนียมเพื่อกระตุ้นการเที่ยวไทย มีตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา สะท้อนเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นหลังดำเนินโครงการเหมือนปี 2567 ที่สนับสนุนโอทีเอ 270 ล้านบาท ซึ่งประเมินผลที่เกิดขึ้นหลังการสนับสนุน 1 หมื่นล้านบาท

และ 3.โครงการส่งเสริมตลาดจีนโดยเฉพาะ ซึ่งทำร่วมกับสายการบินในตลาดจีน สนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ประมาณ 3-3.5 แสนบาท บนเงื่อนไขการการันตีผู้โดยสาร มีอัตราการขนส่ง (Load Factor) ไม่ต่ำกว่า 85% โดยจะให้น้ำหนักการสนับสนุนแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำมากกว่า เพราะเที่ยวบินประจำได้อานิสงส์บางส่วนจากโครงการส่งเสริมตลาดร่วมกับโอทีเอแล้ว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวถึงโครงการจ้างแรงงานชลประทานว่า กรมชลประทานเดินหน้าจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศให้มีรายได้เสริมช่วงที่เว้นว่างจากการทำการเกษตร ล่าสุดมีผู้ได้รับการจ้างงานแล้ว 63,338 คนทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 67 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 84,716 คน ในระยะ 12 เดือน (ตุลาคม 2567-กันยายน 2568) โดยจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อุบลราชธานี 3,889 คน สกลนคร 3,214 คน และกาฬสินธุ์ 3,048 คน

Advertisement

“รัฐบาลห่วงเกษตรกรที่จะว่างงานในช่วงนอกฤดูการผลิต ทำให้มีรายได้ลงลด จึงพร้อมส่งเสริมเกษตรกร และแรงงานนอกระบบให้มีรายได้เสริม พร้อมทั้งช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างรายได้ทดแทนให้แก่เกษตรกรและประชาชน จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการ โดยกรมชลประทานยังเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง และยังมีตำแหน่งว่างก่อนครบตามเป้า”นางนฤมลกล่าว

แหล่งข่าวใน กษ.กล่าวว่า การจ้างงานนอกฤดูการผลิตถือเป็นการช่วยเหลือและเพิ่มรายได้ในกับเกษตรกรช่วงว่างงาน และเพิ่มรายได้ผู้ไม่มีงานทำต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่จะจัดสรรงบได้จากงบ 1.57 แสนล้านบาท