หน้าแรก เศรษฐกิจ แนะกดปุ่มเทงบ...

แนะกดปุ่มเทงบ 1.57 แสนล้าน ก่อนก.ค. ชี้ปรับโอนเป็นจ้างงาน ช่วยปั๊มจีดีพี 1-2%

22.05.25 | 13:35 น.

ม.หอค้าไทย แนะกดปุ่มเทงบ 1.57 แสนล้าน ก่อนก.ค. ชี้ปรับโอนเป็นจ้างงาน ช่วยปั๊มจีดีพี1-2%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ(บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ)ทบทวนโครงการใช้งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ผ่าน 6 โครงการ นั้น ว่า จะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เงินที่ใช้ต้องเร็ว ตรงจุด และทั่วถึงทั้งประเทศ ผ่านทั้งการจ้างงานในพื้นที่ ส่งเสริมใช้วัตถุดิบในประเทศ จ้างแรงงานคนในประเทศ และพัฒนาชุมชน รองรับเมืองท่องเที่ยวและพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอกับการขยายเมืองและเพาะปลูก ซึ่งงบที่ใช้ลงทุนและจ้างงานทุก 1 แสนล้านบาท จะช่วยเพิ่มจีดีพี 0.5-0.7% และเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1-2 เท่าภายใน 6 เดือน และส่งผลต่อการเพิ่มจีดีพีทั้งปีอีก 0.7-1.0% ดังนั้น หากใช้งบตรงจุดจากงบ 1.57 แสนล้านบาท จะขับเคลื่อนจีดีพีเกิน 1-2 %

“โครงการต่างๆ ควรเริ่มก่อนเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะสอดรับพอดีกับการที่สหรัฐเลื่อนการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ 90 วันจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายน และการใช้มาตรการการคลังผ่านการลงทุนและจ้างงาน ขณะที่มาตรการทางการเงินอาจต้องใช้เวลา 6-9 เดือน ซึ่งจะเป็นเรื่องการผ่อนคลายการชำระหนี้และกู้ยืมเพื่อสภาพคล่องทางธุรกิจ เมื่อเงินจากลงทุนและจ้างงานถูกหมุนเร็วในระบบ การฟื้นตัวของการบริโภคและมั่นใจใช้จ่ายจะเกิดขึ้นได้เร็ว ซึ่งที่ต้องติดตามคือโครงการที่หน่วยงานรัฐจะออกมานั้นเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การเติมเงินเข้าประชาชนฐานรากและรายย่อยได้เร็วและแรงแค่ไหน เพราะไตรมาส 3 ปีนี้จะมีความผันผวนต่อปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากนานาประเทศ รวมถึงไทย ที่อาจมีผลตรงต่อการส่งออก จึงเชื่อว่ารัฐจะเร่งกระจายและเริ่มทยอยเบิกจ่ายงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ตั้งแต่ต้นไตรมาสสามนี้” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การปรับวิธีการเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจที่ออกมาถือว่าดี ซึ่งก่อนหน้านี้จากได้สำรวจการใช้วิธีโอนเงิน 2 เฟสที่โอนตรงไปภาคประชาชน พบเงินไหลไป 3 ส่วน คือ 1.ใช้ซื้อของ ก็คุมไม่ได้ว่าซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ 2.จำนวนไม่น้อยมุ่งชำระคืนหนี้คงค้าง หรือ จ่ายค่าเช่า หรือ ดาวน์ซื้อสินค้า 3. ส่วนหนึ่งเก็บออมไม่ยอมใช้ ซึ่งไม่เกิดการหมุนเวียนในระบบเท่ากับการลงทุนและจ้างงาน

อนึ่ง บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้กำหนดใช้งบประมาณ 1.57 แสนล้าน กับ 6 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีโครงการที่มีงบประมาณที่ต่อเนื่องไปหลายปีงบประมาณ โดยมีทั้งโครงการน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร 2.โครงการคมนาคมที่มีความพร้อมในการลงทุน เช่น โครงการถนน รถไฟทางคู่ หรือ แก้ปัญหาจราจร 3.โครงการด้านการท่องเที่ยว เพื่อแก้ไขปัญหา และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ขยายตัวมากขึ้น เช่น โครงการเมืองรอง โครงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างโดยมนุษย์ (Man made destination) หรือ การปรับปรุงการอำนวยความสะดวกในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น 4.โครงการช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการส่งออก และเอสเอ็มอี โดยการเตรียมความพร้อมเรื่องซอฟต์โลนท์ 5.โครงการเพิ่มการจ้างงาน ผ่านการทบทวนโครงการกองทุนหมู่บ้าน และ 6.โครงการเกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัล และการศึกษา เช่น ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

Advertisement