พณ.ดึงเอกชนรับซื้อพริกเชียงใหม่ กู้วิกฤตราคาต่ำ ดันเกินต้นทุน 6 บาทต่อโล
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผลผลิตพริกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ปริมาณผลผลิตสูงเกินความต้องการของตลาด ส่งผลกระทบต่อราคาพริกหน้าสวนตกต่ำลง โดยมีราคาซื้อขายเพียงกิโลกรัม (กก.) ละ 3-6 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่ กก.ละ 6 บาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกพริกสำคัญของจังหวัด
นายวิทยากรกล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรเชียงใหม่ระบุว่า เชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกพริกกระจุกตัวอยู่ใน อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย รวมกันประมาณ 3,500 ไร่ โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 8,500 ตัน เพิ่มจากปี 2567 ที่มีผลผลิตรวม 5,200 ตัน หรือเพิ่ม 39% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการผลิตที่ขยายตัวอย่างชัดเจน

นายวิทยากรกล่าวว่า เพื่อลดผลกระทบดังกล่าวและรักษาเสถียรภาพราคาพริกตามนโยบายของ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร กรมการค้าภายในจึงได้ประสานความร่วมมือกับ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน จาก จ.พิษณุโลก และ บริษัท เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรใน จ.ลำพูน พร้อมด้วยพาณิชย์ จ.เชียงใหม่ และเกษตร จ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมการแปรรูป เพื่อรับซื้อพริกสดจากเกษตรกรในราคา กก.ละ 6-8 บาท สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป และคุ้มค่ากว่าต้นทุนการผลิต
นายวิทยากรกล่าวว่า ในครั้งนี้บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) รับซื้อพริกจากเกษตรกร อ.ฮอด จำนวน 9,000 กิโลกรัม ราคา กก.ละ 8 บาท และบริษัท เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ จำกัด รับซื้อพริกแดงจากเกษตรกรทั้ง 2 อำเภอ โดยรับซื้อตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมจนถึงปัจจุบัน เป้ารับซื้อ 200,000 กิโลกรัม ราคา กก.ละ 6-7 บาท

“ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงช่วยระบายผลผลิตพริกในพื้นที่ แต่ยังส่งผลให้ราคาพริกในเชียงใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมขาย กก.ละ 4-5 บาท ปัจจุบันเป็น 6-8 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจและสามารถดำรงชีพได้ กรมยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับผู้ประกอบการแปรรูปในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงตลาดและรองรับผลผลิตพริกจากเกษตรกรให้มีทางเลือกในการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมมาตรการเสริมในกรณีที่ปริมาณผลผลิตเกินความต้องการของตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำซ้ำอีก”



