สารัช เปิดแผน ดันยอดขาย 500 ล้าน แตกไลน์มะขามเพชรบูรณ์ เล็งเจาะอินเดียลดผลกระทบเทรดวอร์
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายสารัช กมลธรไท กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตมะขามแปรรูปรายใหญ่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายใต้แบรนด์ “สารัช” ที่ได้ดำเนินการมาครบ 50 ปี เปิดเผยว่า เพื่อรองรับและปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งขณะที่กำลังเผชิญทั้งความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค การแข่งขันที่สูงขึ้น แรงกดดันนโยบายการค้าทรัมป์ 2.0 ภาวะอากาศที่ผันผวนจนกระทบต่อผลผลิต และต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงที่บริษัทกำลังปรับตัวอีกครั้ง ผ่านการพัฒนาสินค้าใหม่ และปรับสัดส่วนการค้า โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันรายได้ทั้งเครือให้ถึง 500 ล้านบาทภายใน 3-5 ปีจากนี้ จากปี 2568 ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 120 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยอมรับไตรมาสแรกปีนี้ กำลังซื้อและรายได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศและเจอปัญหาการส่งออกในบางประเทศ
นายสารัช กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกประมาณ 20% หรือทำรายได้ต่อปี 40-50 ล้านบาท ตลาดหลักอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย ตามด้วยออสเตรเลีย สหรัฐฯ ยุโรป และตะวันออกกลาง แม้ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากส่งออกไปสหรัฐ หรือ ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากประเทศคู่ค้าสหรัฐ จากนโยบายการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์ แต่ไม่อาจมองข้ามได้ ดังนั้น จึงต้องหาตลาดเสริม และมองว่าตลาดอินเดีย เป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงที่จะทดแทนตลาดส่งออกอื่นๆหากมีปัญหา เนื่องจากอินเดียมีประชากรจำนวนมาก ความนิยมบริโภคขนมขบเคี้ยวจากผลไม้และมะขามมีต่อเนื่อง ที่สำคัญช่องทางขายส่วนใหญ่ 80-90% เป็นร้านค้าแบบดั้งเดิม(โชห่วย) ขณะที่หลายประเทศสัดส่วนเป็นค้าปลีกสมัยใหม่มากกว่าดั้งเดิม 50/50 แล้ว อินเดียจึงเป็นเหมาะกับการทำตลาดสินค้าของบริษัท
” เรากำลังเจรจาพันธมิตรในอินเดีย เชื่อว่าหลังเปิดตลาดได้ รายได้ส่งออกของอินเดียจะมีสัดส่วนเป็นอันดับหนึ่งแทนเอเชียทั้งหมดได้ เพราะร้านค้าย่อยแยะ แง่ปริมาณกระจายไปทั่วจะมากตาม ส่วนประเทศอื่นๆยังเร่งหาพันธมิตรหาตลาดมากขึ้นเช่นกัน แม้ในสหรัฐ ยุโรป ตะวันออกกลาง ซึ่งเราได้ลงทุนด้านมาตรฐานในโรงงานผลิตเพื่อรองรับตลาดส่งออก สำหรับภาครัฐธุรกิจไทยในวันนี้ เราหากเห็นทิศทางที่ชัดเจนของรัฐบาล ว่าจะมุ่งไปด้านใด ต้องส่งสัญญาณว่าจะสนับสนุนและผลักดันประเทศไปในทิศทางใด ควบคู่กับหนุนส่งออกและลดภาระผู้ประกอบการ ” นายสารัช กล่าว
นายสารัช กล่าวว่า แผนในปี 2568 นี้ มีทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่และแตกไลน์ธุรกิจ เน้นสินค้านวัตกรรม เช่น ซอสมะขามสำหรับการปรุงอาหาร เช่น ยำ ต้มตำ รีสอร์ตแนวธรรมชาติพื้นที่ 6 ไร่ต่อยอดจากคาเฟ่BoogaBooga ด้วยงบประมาณ 60 ล้านบาท สกินแคร์ น้ำดื่มสมุนไพร และเพิ่มความถี่้การประชาสัมพันธ์ด้วยงบ 10 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าภายใต้การผลิตและจัดจำหน่ายของสารัช มาร์เก็ตติ้ง มี 4 แบรนด์ ได้แก่ สารัช (SARACH TAMARIND) จับกลุ่มตลาดแมส Alisa เจาะกลุ่ม Youngster กลุ่มสาวสมัยใหม่ เน้นเป้าหมายยุคดิจิทัล ASHIRA SAN แบรนด์เน้นความสนุก-เพิ่มอรรถรสในการกิน และ SARACH GOLD แบรนด์มะขามพรีเมี่ยม รวมถึง Sarach – Tamarind Paste (ซอสมะขาม) น้ำดื่ม Rarin by Sarach
แหล่งข่าวจากหอการค้าไทย กล่าวว่า ตลาดอินเดีย กำลังเป็นเป้าหมายส่งออกของทั่วโลก เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าต่างๆต่อเนื่อง กำลังซื้อมีต่อเนื่อง สะท้อนจากการนำสินค้าไปจัดแสดงจะได้รับการตอบรับที่ดี แม้ปีนี้หลายประเทศนำเข้าสินค้าไทยลดลง แต่อินเดียยังนำเข้าจากไปมาก ซึ่ง ไตรมาสแรกปีนี้ ไทยส่งออกไปอินเดีย 4,950.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 91.4% และคิดเป็นสัดส่วน 6.1% ของการส่งออกรวมของไทย ขณะที่ไทยส่งออกไปจีนสัดส่วน 10.8% ไปญี่ปุ่น 7.2% คาดว่าในอีก 2-3 ปี ไทยอาจส่งออกไปอินเดียในสัดส่วนใกล้เคียงจีน ทำให้ผู้ผลิตในไทยโดยเฉพาะรายย่อยเร่งหาช่องทางขายสินค้าไปอินเดีย

