กรมพัฒนาธุรกิจ แนะรักษาสิทธิตามกม. ย้ำสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ต้องทำเป็นหนังสือสัญญาเท่านั้น
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในฐานะหน่วยงาน ที่กำกับดูแลการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 กรมได้ขับเคลื่อนให้ภาคธุรกิจและประชาชนที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุนสามารถนำทรัพย์สินตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ กิจการ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิเรียกร้อง สังหาริมทรัพย์ (สินค้าคงคลัง ลูกหนี้ทางการค้า เครื่องจักร) มาใช้เป็นหลักประกัน ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยไม่ต้องส่งมอบการครอบครองให้กับผู้รับหลักประกัน (เจ้าหนี้) แต่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือและผู้ให้หลักประกัน (ลูกหนี้) ควรเก็บสัญญาดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีการจดทะเบียน สัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้วรวม 878,337 คำขอ มูลค่ากว่า 20,177,000 ล้านบาท
กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ เป็นหนึ่งเครื่องมือช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และประชาชนได้เข้าถึงแหล่งทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม โดยกรมได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อาทิ ลงพื้นที่ ให้คำปรึกษาเชิงลึกกับผู้ประกอบการ จัดสัมมนาออนไลน์และออฟไลน์ อบรมเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน และ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทาง รวมทั้ง สร้างสื่อการเรียนรู้ผ่าน DBD Academy รอบรู้ หลักประกัน รู้ทันธุรกิจ และ YouTube กองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ DBD แนะนำวิธีการและขั้นตอน การจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured ดังนั้น ผู้รับหลักประกัน (เจ้าหนี้) และผู้ให้หลักประกัน (ลูกหนี้) ควรศึกษาข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ หน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้รับหลักประกัน (เจ้าหนี้) และผู้ให้หลักประกัน (ลูกหนี้) บางส่วนที่อาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องขั้นตอนและรายละเอียดของการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของการทำ ‘สัญญาหลักประกันทางธุรกิจ’ จะต้องทำเป็น ‘หนังสือสัญญา” เท่านั้น ถึงจะ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายและที่สำคัญ ผู้รับหลักประกัน (เจ้าหนี้) ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้หลักประกัน (ลูกหนี้) ก่อน
จึงจะสามารถนำมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ จึงขอย้ำว่า สัญญาหลักประกันทางธุรกิจต้องทำเป็น หนังสือสัญญาเท่านั้น ถึงมีผลบังคับตามกฎหมาย
โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในสัญญาหลักประกันทางธุรกิจทุกฝ่าย ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เพื่อให้กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาส ให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ ผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ปลอมแปลงหรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ มีโทษความผิดทางอาญาถึงขั้นจำคุกได้
นอกจากนี้เพื่อความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบว่ามีผู้นำทรัพย์สินมาจดทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจหรือไม่ กรมฯ ได้จัดทำระบบสืบค้นข้อมูลการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสัญญาหลักประกันทางธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและใช้ประกอบการพิจารณาทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ อย่างรอบคอบและเป็นธรรม ผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th หัวข้อ Hot Service >> New Service >> ระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-Secured) >> ค้นหาข้อมูลหลักประกันทางธุรกิจ และทางแอปพลิเคชัน DBD e-Service เลือกแบนเนอร์จดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-Secured) ได้ด้วย
ปัจจุบันมีคำขอจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจจำนวน 878,337 คำขอ ทรัพย์สินรวมมูลค่าที่ใช้เป็นหลักประกัน 20,177,454 ล้านบาท โดยสิทธิเรียกร้องเป็นทรัพย์สินที่ถูกนำมาใช้เป็น หลักประกันมากที่สุด 80.76% มูลค่า 16,296,094 ล้านบาท รองลงมา สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบ ธุรกิจ ได้แก่ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ เครื่องจักร รถยนต์ เรือ เครื่องบิน สัตว์พาหนะ เป็นต้น 18.96% มูลค่า 3,825,296 ล้านบาท ทรัพย์สินทางปัญญา 0.07% มูลค่า 14,495 ล้านบาท กิจการ 0.01% มูลค่า 1,659 ล้านบาท อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 0.002% มูลค่า 398 ล้านบาท
นางอรมน กล่าวว่า ขณะที่ไม้ยืนต้นที่มีค่าก็ได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินและธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ รับเป็นหลักประกันทางธุรกิจเช่นกัน โดยในช่วงที่ผ่านมามีจำนวน 167,302 ต้น มูลค่าสินเชื่อรวมกว่า 186 ล้านบาท แบ่งเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 1,520 ต้น มูลค่าสินเชื่อ 10.8 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 23,000 ต้น มูลค่าสินเชื่อ 128 ล้านบาท และธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ จำนวน 142,782 ต้น มูลค่าสินเชื่อ 47 ล้านบาท ต้นไม้ที่นำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจส่วนใหญ่ ได้แก่ ต้นสัก ต้น ขนุน ยางพารา ต้นยูคาลิปตัส ไม้สกุลทุเรียน ไม้สกุลมะม่วง ไม้สกุลยาง เป็นต้น

