กลยุทธ์‘Value Chain’ ผ่านงบ 1.57 แสนล้าน ปรับ‘แนวคิด-วิธี’พลิกเศรษฐกิจให้ยั่งยืน

26.05.25 | 12:30 น.

“ยุทธศาสตร์ 1.57 แสนล้าน” งบน้อยแต่ต้องช่วยกันใช้สอยอย่างคุ้มค่า เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากระตุ้นเศรษฐกิจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การส่งเสริมท่องเที่ยวไทย การผลักดันการส่งออก กองทุนหมู่บ้าน SML และส่งเสริม SME รวมทั้งระบบการศึกษาของไทย ซึ่งควรกำหนดยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย “เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่รองรับการเปลี่ยนแปลง” ฉากทัศน์ประเทศไทยในเวทีโลกต้องฉายภาพให้เกิดทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความชัดเจน ซึ่งสามารถบริหารได้ทั้งรูปแบบการใช้งบประมาณและไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่ใช้กลยุทธ์ร้อยเรียงเชื่อมโยง “Value Chain” อย่างมีประสิทธิภาพ “น้ำไหล ไฟสะอาด ทางสะดวก เกษตรมูลค่าเพิ่ม ท่องเที่ยวบูม ส่งออกปัง SME แข่งขันได้ คนสมรรถนะสูง
สู่ความยั่งยืน”

“โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทางบก ทางน้ำ ทางรางทางอากาศ” โดยการปักหมุดแผนนโยบายเพื่อการลดต้นทุนระบบขนส่งทั้งประเทศ โดยวางผังการเชื่อมโยงเครือข่ายขนส่งคมนาคมอย่างไม่ขาดตอน และส่งเสริมการอำนวยความสะดวกเดินทางท่องเที่ยวให้กระจายไปในเมืองรองเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการลดลงและเพิ่มโอกาสในการเพิ่มรายได้ สิ่งสำคัญ คือ งบ 100 ต้องได้งาน 100 ไม่ตกหล่นหายสู่นอกระบบก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ประเทศชาติได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย และต้องก่อให้เกิดการจ้างงาน SME และแรงงานในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

“การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และพลังงานสีเขียว”การพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ การเตรียมผังจัดโซนพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแต่ละท้องถิ่นโดยลำดับความสำคัญที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงก่อน ซึ่งต้องนำพาเกษตรกรที่อยู่ในภาคการเกษตรสู่การปฏิรูปใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อจูงใจยกระดับเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำโดยนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมยกระดับผลิตภาพควบคู่กับการเข้าถึงพันธุ์พืช ปศุสัตว์ ประมงที่มีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด อีกทั้งการส่งเสริมเกษตรประณีตพัฒนาเกษตรปลอดภัย ปลอดสารเคมี เกษตรอินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าและเข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ ส่วนการบริหารทรัพยากรน้ำในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเตรียมพร้อมแผนในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคที่กำลังดำเนินการเร่งให้มีปริมาณน้ำเพียงพอร่วมกับแผนการส่งเสริมการลงทุนขยายโซลาร์ฟาร์มเพื่อชุมชน การเกษตรและเขตอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมเพื่อการกระจายอำนาจพลังงานและลดต้นทุนค่าครองชีพประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งนี้ ต้องส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและซัพพลายเชนที่เป็นผู้ประกอบการไทยเพิ่มมากขึ้นพร้อมทั้งจูงใจแรงงานนอกระบบในภาคเกษตรที่มีสัดส่วนร้อยละ 58 ของแรงงานนอกระบบให้เข้าระบบเพื่อการยกระดับผลิตภาพแรงงานร่วมด้วย

“เมืองหลักต้องไป เมืองรองต้องแวะ” ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยโดยจัดระบบนิเวศกลไกการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวแบบกลุ่มและแบบอิสระที่มีมาตรฐาน นำเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูลวางแผนกลยุทธ์สร้างแบรนด์ “Creativity in Thailand” เพื่อขยายตลาดสินค้าบริการสร้างสรรค์ของไทยในแต่ละประเทศกลุ่มเป้าหมายและ Roadshow ด้วยการส่งเสริมการตลาดดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวมูลค่าสูง และขยายภาคการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ อาทิ อาหารนวัตกรรม กีฬามวยไทย แฟชั่นสิ่งทอไทย การแพทย์แผนไทย สมุนไพรและสปาไทย เป็นต้น ไปสู่ตลาดต่างประเทศ

Advertisement

“ดึง FDI ดัน TDI” ลดพึ่งพาต่างประเทศ ส่งเสริมภาคการส่งออกและการลงทุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตผ่านกลไก BOI และใช้ประโยชน์กองทุนเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันผลักดัน SME IDEs นอกจากนั้นส่งเสริมกลไกกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กองทุน FTA ให้ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมเป้าหมายมากขึ้นรวมทั้งเพิ่มการใช้ประโยชน์จาก FTA ของผู้ประกอบการและเร่งเจรจา FTA ประเทศเป้าหมายสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

“กองทุนหมู่บ้าน SML เพื่อความยั่งยืน” ที่ต้องมุ่งใช้งบประมาณสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนตอบโจทย์ชุมชนผ่านการสร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชน OTOP โดยเตรียมพร้อมระบบรวมซื้อ รวมขาย และใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้แต่ละชุมชนในการสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน ผลิตภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการที่มีหน่วยบ่มเพาะเข้ามาส่งเสริมเป็นที่ปรึกษากลไกการพัฒนาและส่งต่อทั้งระบบ “ทำให้แตกต่างด้วยคุณค่าเรื่องราวและการใช้ประโยชน์สูงสุดของทรัพยากรในท้องถิ่น”

“ปรับ (โครงสร้างหนี้) เปลี่ยน (วิกฤตเป็นโอกาส) ปลุกพลัง SME ไทย สร้างนักรบเศรษฐกิจใหม่” อาทิ มาตรการแก้ไขแบบมีคนกลาง ช่วยเหลือฟื้นฟูแบบเบ็ดเสร็จ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการค้าปลีก (โชห่วย ตลาดท้องถิ่น) ภาคการบริการ (ร้านอาหาร ภัตตาคาร) มาตรการแก้หนี้ปลดโซ่ตรวน ฟื้นฟู SME ด้วยระบบพี่เลี้ยง เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำและเพิ่มการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI และนวัตกรรม ส่งเสริม GI เกษตรแปรรูปและ SME GI การสร้างแบรนด์ ตลาดดิจิทัลและตลาดต่างประเทศที่เชื่อมโยงทั้งระบบนิเวศเศรษฐกิจจากระดับท้องถิ่นสู่สากล การส่งเสริมการลงทุน SME กับนิคมอุตสาหกรรม SME เพื่อเป็น “Value Chain” อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมเกษตร อาหารแปรรูป และอาหารสัตว์มูลค่าสูง อุตสาหกรรมแปรรูปมูลค่าเพิ่มสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมูลค่าสูง อุตสาหกรรมการแพทย์ สุขภาพความงามและการแพทย์แผนไทย สมุนไพรมูลค่าสูงและการบริบาลผู้สูงวัย อุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นต้น

“การศึกษาแก้จน พัฒนากำลังคนยั่งยืน” มุ่งเป้าลดความเหลื่อมล้ำยกระดับคุณภาพเยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัย ช่องทางระบบการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงวัย การออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ปัจจุบันและอนาคตด้วยการให้ความสำคัญงบประมาณบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ที่เพียงพอกับการขยายโอกาสการศึกษาทั้งในและนอกระบบด้วยกลไกการสร้างการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องเพื่อตอบโจทย์ทักษะ สมรรถนะ ขีดความสามารถสร้างรายได้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครูควบคู่การแก้ปัญหาหนี้ครู ทบทวนรูปแบบการกู้ยืมเพื่อการศึกษา การวางแผนผังสถานการศึกษาที่สอดคล้องกับชุมชน จำนวนนักเรียน นักศึกษาเพื่อบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่ามีผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ลงทุน 1.57 แสนล้าน ต้องเตรียมแผนสร้างกลไกส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ไทยผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมนโยบายที่ร้อยเรียงแผนยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ มาตรการ งบประมาณ วิธีการ กำลังคน และผลลัพธ์ตัวชี้วัดอย่างบูรณาการให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ประชาชน ทางออกทางเลือกไทย ลดภาระภาครัฐ คือ “การส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในรูปแบบ Public and Private Partnership (PPP) ปิดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และร่วมสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ไทยพึ่งพาตนเอง” อาทิ แพลตฟอร์ม e-commerce เพื่อการนำเข้า-ส่งออกไทย
แพลตฟอร์มส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย แพลตฟอร์มโลจิสติกส์แพลตฟอร์มพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดเพื่อชุมชน แพลตฟอร์มส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัยและจับคู่งาน การออกแบบแพลตฟอร์ม SME Wallet-Farmer Wallet เพื่อช่วยให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลที่ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำและการพัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ อีกทั้งเพิ่มโอกาสเข้าสู่ระบบของรัฐ พร้อมอัดฉีด Soft Loan เข้าสู่ Virtual Bank for SMEs Development ให้เกิดแต้มต่อที่สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ถึงเวลา “ออกแบบและใช้นวัตกรรมเชิงนโยบายขับเคลื่อนเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยใหม่สู่ความยั่งยืน”