น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของราคาทองคำตลาดต่างประเทศในไตรมาสแรกปี 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 96.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 8.4% ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 1 ปี โดยราคาปิดตลาด วันที่ 31มีนาคม 2560 ที่ 1,248.63ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่ขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายไม่ได้ทุกเรื่องที่ต้องการ ส่งผลในเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังที่เคยสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝั่งยุโรป เป็นปัจจัยสำคัญหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างมีเสถียรภาพในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560
ส่วนด้านราคาทองคำในประเทศนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 500 บาทต่อบาททองคำหรือประมาณ 2.5% จากสิ้นปี เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทหลังสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศป รับตัวขึ้นได้น้อยกว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำต่างประเทศ สำหรับไตรมาสที่สองแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 19,600 บาทต่อบาททองคำ และรอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 20,800 บาทต่อบาททองคำได้อย่างแข็งแก ร่ง แต่หากราคาทองคำสามารถทะลุเหนือแนวต้านดังกล่าวได้แนะนำรอขายบริเวณแนวต้านสำคัญถัดไปในโซน 1,286-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 21,000-21,200 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามคือนโยบายต่างประเทศและนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากนโยบายก่อให้เกิดความขัดแย้งกับนานาประเทศหรือส่งผลต่อการค้าโลก หรือนายโดนัลด์ ทรัมป์ เจออุปสรรคในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลัง ซึ่งรวมถึงแผนการลดภาษีและการใช จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันสินท รัพย์เสี่ยงและกลับมาหนุนทองคำใ นฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้ นอกจากนี้ แนะนำให้ติดตามการเลือกตั้งของฝรั่งเศสในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม ขณะที่สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟดยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ อีกทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั้งประเด็นเกาหลีเหนือและการก่อการร้ายถือเป็นจุดสนใจที่ต้องติดตามเช่นกัน

