‘พิชัย’ หุ้นไทยยังมีเสน่ห์ แก้ระเบียบให้กองทุน-ประกัน ลงทุนหุ้นได้ กระตุ้นตลาดทุน สภาพัฒน์เผยมีแผนลงทุน 4 ล้านล้านบาท ช่วงปี 68-70
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปาฐกถาพิเศษ “เสน่ห์หุ้นไทย : พลังผลักดันเศรษฐกิจ ในงานเสวนา Dailynews Talk 2025 ปลุกเสน่ห์หุ้น-คริปโทฯ ครึ่งปีหลัง 2025” ว่าเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยก็ยังมีเสน่ห์ ซึ่งอยู่ในช่วงจังหวะว่ามองอย่างไร และอยู่ที่แต่ละช่วงเวลา ซึ่งในเวลานี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และมีความไม่แน่นอน ซับซ้อน ยากต่อการคาดเดา โดยเฉพาะการแข่งขันและการแย่งชิงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ ในเรื่องการค้า
ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเดินอย่างไร ท่ามกลางโลกไม่เหมือนเดิม หากดูการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา อยู่ระดับเกิน 3% แต่ไม่มีมูลค่ามากเท่าที่ควร แต่ยอมรับว่าจีดีพีไตรมาสแรก เติบโต 3.1% ได้สะดุด และการคาดการณ์หลายหน่วยงานจีดีพีทั้งปี 2568 หายไป 1% เหลือเพียง 1.2-1.8% เท่านั้น ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้การกระตุ้นด้วยการเพิ่มกำลังซื้อต้องชะลอออกไปก่อน ซึ่งงบประมาณปี 2568 ที่มีอยู่ 1.57 แสนล้านบาท ที่จะต้องทำในช่วง 3 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างวางกรอบ กลั่นกรอง และเชื่อมงบกับปี 2569 และปีงบ 2570 ทั้งเรื่องน้ำ ภาคเกษตร ถนน ขนส่ง และท่องเที่ยว

นายพิชัยกล่าวว่า ขณะเดียวกันได้รับข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. มีโครงการต่างๆ ค่อนข้างมาก และมียอดวงเงินรวมถึง 4 ล้านล้านบาท ทำให้ได้สั่งการให้ไปบริหารจัดการแต่ละโครงการว่าอะไรที่สามารถทำได้บ้างในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2568-2570
นายพิชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้คุยกับกองทุนต่างๆ ในไทย หารือในเรื่องนโยบายนการลงทุนใหม่ๆ ว่าจังหวะดัชนีหุ้นไทยแบบนี้จะสามารถเข้ามาลงทุนได้อย่างไร จึงอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบและกติกา ทบทวนให้กองทุนและประกันขนาดใหญ่มีเงินจำนวนมากให้มาลงทุนในหุ้นได้ เพราะปัจจุบันไปลงทุนแค่พันธบัตรรัฐบาล

นายพิชัยกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมายที่สำคัญ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำอย่างไรให้สนับสนุนมองระยะยาว โดยมีโครงการ Jump+ มองว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครสร้างประเทศ รองรับทิศทางโลก เช่น เรื่องกรีน หรือ อีเอสจี และปรับปรุงกฎหมายที่สร้างความเชื่อมั่น เช่น การลงโทษเอาผิดกับ การขายชอร์ตเปล่า (Naked short) ถ้าตรวจสอบได้ มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมทั้งรัฐบาลไทยได้รับสนับสนุนการออกพันธบัตรจี-โทเคน (G-Token) เป็นการสร้างทางเลือกการลงทุนใหม่
“เชื่อว่าเสน่ห์หุ้นไทยมีอยู่ ตราบใดที่เข้าใจพื้นฐาน และไทยเป็นหลุมหลบภัยที่ดี แต่นักลงทุนส่วนใหญ่หยุดรอดู หรือ wait and see ทุกคนไม่ได้ทิ้ง แต่ดูว่าไทยทำอะไรต่อไป โดยตราบใดที่เชื่อว่าตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเชื่อว่ายังมีเสน่ห์” นายพิชัยกล่าว


