หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดบริการแล้...

เปิดบริการแล้ว รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงโคกกะเทียม-ปากน้ำโพ ส่วน ‘สถานีลพบุรี2’ เตรียมเปิดใช้ธ.ค.นี้

26.05.25 | 16:36 น.

รฟท. เปิด เดินรถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงโคกกะเทียม-ปากน้ำโพ ส่วน ‘สถานีลพบุรี2’ เตรียมเปิดใช้ธ.ค.นี้

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ เฉพาะช่วงสถานีโคกกะเทียม-สถานีปากน้ำโพ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ เริ่มตั้งแต่สถานีบ้านกลับ จังหวัดสระบุรี ไปสิ้นสุดที่สถานีปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ครอบคลุมสถานีให้บริการทั้งหมด 19 แห่ง และที่หยุดรถอีก 5 แห่ง รวมถึงศูนย์ควบคุมการเดินรถ (Central Traffic Control) แห่งใหม่ ณ สถานีนครสวรรค์ และย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (CY) อีก 1 แห่ง ณ สถานีเขาทอง ซึ่งสามารถรองรับทั้งผู้โดยสารและสินค้าตลอดแนวเส้นทาง 148 กิโลเมตร

นายวีริศกล่าวว่า โครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระหว่างสถานีบ้านกลับ จังหวัดสระบุรี ถึงสถานีโคกกะเทียม จังหวัดลพบุรี ยังมีไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ “ทางรถไฟยกระดับยาวที่สุดในประเทศไทย” ระยะทางกว่า 19 กิโลเมตร ความสูงเฉลี่ย 10-20 เมตร พร้อม “สถานีลพบุรี 2” ที่ขนานไปกับทางหลวงหมายเลข 366 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือนธันวาคม 2568

Advertisement

นายวีริศกล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจตรวจความพร้อมโครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วงโคกกะเทียม-ปากน้ำโพ รถตรวจสภาพทางได้ลงรางเดินหน้าทดลองใช้เส้นทางใหม่ทันทีในวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมคือวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 โดยขบวนปฐมฤกษ์ประกอบด้วย ขบวน 201 กรุงเทพ-พิษณุโลก และขบวน 112 เด่นชัย-กรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งสามารถใช้รางแยกขาขึ้น-ขาล่อง ลดเวลารอหลีกลง ทำให้การเดินทางรวดเร็วขึ้นราว 15 นาที และจะลดได้ถึง 25 นาทีเมื่อระบบอาณัติสัญญาณแล้วเสร็จ

นายวีริศกล่าวว่า ในระยะแรก ขบวนรถจะยังคงจอดรับส่งที่สถานีลพบุรีเดิม เพราะมีผู้โดยสารจองตั๋วล่วงหน้าไว้แล้ว รฟท.จะเปิดสถานีลพบุรี 2 อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 โดยแบ่งบทบาทสถานีชัดเจน คือ สถานีเดิมรองรับรถธรรมดาและท้องถิ่น ส่วนสถานีลพบุรี 2 รองรับรถด่วน รถเร็ว และรถสินค้าพร้อมรถโดยสารสาธารณะรับส่งเชื่อมต่อระหว่าง 2 สถานี เพื่อลดผลกระทบและอำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการ

ผู้โดยสารสามารถติดตามเวลาการเดินรถแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบ Train Tracking System (TTS) ที่สามารถตรวจสอบเวลาและตำแหน่งขบวนรถทุกขบวนได้แบบทันที ช่วยให้ผู้โดยสารและผู้ที่มารอรับสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจในการเดินทางแก่ผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

นายวีริศกล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ แบ่งออกเป็น 3 สัญญาหลัก ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านกลับ-โคกกะเทียม ระยะทาง 32 กิโลเมตร มีโครงสร้างทางยกระดับ 19 กิโลเมตร และระดับพื้น 13 กิโลเมตร พร้อมสถานีลพบุรี 2 ที่ขนานไปกับทางหลวงหมายเลข 366 สัญญาที่ 2 ช่วงท่าแค-ปากน้ำโพ ระยะทาง 116 กิโลเมตร เป็นทางระดับพื้นทั้งหมด มีสถานีใหม่ 6 แห่ง และสถานีที่ก่อสร้างทดแทน 11 แห่ง และสัญญาที่ 3 ระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ซึ่งจะมีการใช้ระบบทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-token) ในการเดินรถระหว่างที่มีการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ โดยระบบอาณัติสัญญาณจะทยอยเริ่มเปิดใช้งาน และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ช่วงมกราคม 2569

นายวีริศกล่าวว่า นอกจากนี้ โครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ยังเชื่อมต่อไปยังโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย และช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการ ทั้งนี้ หากโครงการต่างๆ ดำเนินการแล้วเสร็จ จะทำให้ขบวนรถตรงต่อเวลามากขึ้นและสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางลง เนื่องจากไม่ต้องหยุดรอหลีกทาง