กฟผ.ลุยกดค่าไฟต่ำกว่า 3.98 บ. ชี้แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงลด-บาทแข็ง-หนี้ลดเหลือ 7.1 หมื่นล้าน
นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟไทยปลายปี 2568 และอนาคตว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าในอนาคตมีโอกาสต่ำกว่างวดปัจจุบัน (พฤษภาคม-สิงหาคม 2568) ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย จากทิศทางราคาเชื้อเพลิงลดลง และเงินบาทแข็งค่าขึ้นระดับ 32.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หนี้ที่ กฟผ.รับภาระเชื้อเพลิงให้ประชาชนเหลืออยู่ที่ 71,000 ล้านบาท โดย กฟผ.มีเป้าหมายที่จะทำให้ต้นทุนไฟฟ้าของประชาชนถูกกว่า 3.98 บาทต่อหน่วย ภายใต้ระบบไฟฟ้าที่มั่นคง
ปัจจุบัน กฟผ.นำเงินส่งรัฐ 50% ของผลกำไรจนล่าสุดปีนี้ พร้อมสร้างสถิติเป็นรัฐวิสาหกิจที่นำเงินส่งรัฐเป็นอันดับที่ 1 ทั้งที่มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในตลาดเพียง 29% เท่านั้น โดย กฟผ.เป็นเครื่องมือของรัฐในการดูแลประชาชนทั้งค่าไฟและการนำเงินส่งรัฐโดยปี 2565 หาก กฟผ.ไม่ร่วมรับต้นทุนค่าไฟ 1.5 แสนล้านบาท ค่าไฟฟ้าของไทยจะกระโดดไปถึง 7-8 บาทต่อหน่วย ดังนั้น ในภาพรวมหาก กฟผ.มีสัดส่วนผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นจะสร้างประโยชน์แก่รัฐเพิ่มมากขึ้นในการเป็นเครื่องมือดูแลประชาชนเพิ่มขึ้นด้วย โดยต้องติดตามสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ 2025 ที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการ โดย กฟผ.พร้อมเดินหน้าผลิตไฟฟ้าเพิ่มความมั่นคงประเทศ ซึ่งโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ไม่มีค่าความพร้อมจ่าย (เอพี) และพร้อมเสิร์ฟไฟเข้าระบบในทุกสถานการณ์
“กฟผ.มีความเป็นห่วงแผนพลังงานของไทย ที่วางแผนใช้พลังงานทดแทนถึง 50% ต้องวางแผนให้ดีเพราะมีตัวอย่างในสเปนที่ใช้พลังงานทดแทน 60% แต่ก็ยังมีปัญหาไฟดับทั้งประเทศเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยไทยต้องนำมาเป็นกรณีศึกษาและวางมาตรการป้องกันเป็นอย่างดีไม่ให้เกิดในไทย” นายเทพรัตน์กล่าว
นายเทพรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีเอกชนลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 20 ราย มีความต้องการไฟฟ้าประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ ขณะที่สายส่งไม่สามารถรองรับได้ ทาง กฟผ. และ 2 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงแจ้งต่อสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถึงความเป็นห่วงความเสี่ยงระบบไฟฟ้า หากเกิดปัญหาเหตุการณ์ไม่คาดคิด และเห็นว่าควรกระจายการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ เพราะระบบไฟฟ้ารองรับเพียงพอ
นายเทพรัตน์กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลในการเจรจากับสหรัฐเรื่องการลงทุนและการรับซื้อก๊าซแอลเอ็นจีว่า พร้อมรับก๊าซแต่ต้องเป็นราคาประมูลแข่งขันเพื่อให้ต้นทุนถูกที่สุดเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้า เป็นหลักการเดียวกับที่สหรัฐนำเข้าสินค้าจากไทยก็อยู่บนพื้นฐานต้นทุนราคาแข่งขันได้กับประเทศอื่น

