‘พิชัย’ ยันไม่แทรกแซงค่าเงินบาทแข็ง ใช้นโยบายการเงินดูแล เผยมีทางออกให้โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทแล้ว
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง เปิดเผยเรื่องการส่งออกว่า ถ้าเรื่องไม่จบ ก็ส่งผลเกิดการชะลอตัวทั่วโลก อย่างไรก็ดี การส่งออกของไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมายังเยอะอยู่ แต่ประเด็นที่สนใจในเรื่องการส่งออกจริงๆ คือมูลค่าเพิ่มของการส่งออก ถ้าส่งออกไปได้ แต่ในราคาที่ถูกก็ทำให้ผู้ผลิตได้เงินน้อย
นายพิชัยกล่าวว่า อีกส่วนคือเรื่องค่าเงิน ซึ่งขณะนี้เงินกำลังหาที่ไป โดยเฉพาะลงทุนในทองคำ ส่วนประเทศไทยก็มีสถานะเงินสำรองแข็งแรง เงินก็น่าจะไหลเข้ากอง ดังนั้น ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าชั่วคราวหรือถาวร แต่นอนแน่ว่าการที่เงินไหลเข้ามาเร็วๆ ก็คงต้องเจอกับค่าเงินที่แข็ง
“ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งระยะสั้นหรือระยะยาว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโลกจะตกลงกันได้อย่างไร และค่าเชื่อมั่นในค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะกลับมามากเท่าไหร่ อย่างไรก็ดี ในแง่ของประเทศไทยยังยึดหลักไม่ได้เข้าไปแทรกแซงค่าเงิน แต่อาจจะใช้กลไกนโยบายการเงินทำอย่างไรให้ไม่เสียเปรียบประเทศอื่น” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2569 แม้ว่ากรอบงบรายจ่ายเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปีงบ 2568 แต่ถ้าดูงบรายจ่ายลงทุนแล้วไม่ได้มีการลดลง แต่ไปลดค่าใช้จ่าส่วนอื่น อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ.งบปี 2569 จะเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาในวันที่ 28 พฤษภาคมแล้ว อยากฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องดูว่าโครงการที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ คร่อมงบไปหลายปี อาทิ โครงการลงทุนโครงสร้างด้านน้ำ ดังนั้น ต้องดูว่าใช้งบอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้นและต้นทุนลดลง
นายพิชัยกล่าวว่า ขณะที่กรณีโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับงบการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ส่วนที่โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะเริ่มเดือนกันยายน 2568 นั้น กระทรวงการคลังก็อาจจะมีทางออก (solution) ให้

