หน้าแรก เศรษฐกิจ แสนสิริ ผนึกพ...

แสนสิริ ผนึกพันธมิตร ก้าวข้ามแผ่นดินไหว เซ็ตมาตรฐานใหม่ ‘อสังหาไทย’

27.05.25 | 19:01 น.

แสนสิริ ผนึกพันธมิตร ก้าวข้ามแผ่นดินไหว เซ็ตมาตรฐานใหม่ ‘อสังหาไทย’

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) จัดอินไซต์ทอล์คจากผู้เชี่ยวชาญ แชร์มุมมอง “BEYOND THE BLUEPRINTS” 60 วัน หลังแผ่นดินไหว ก้าวต่อด้วยพลังความร่วมมือ

อสังหาฯไทยสอบผ่านแผ่นดินไหว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาพิสูจน์ได้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยแข็งแกร่งและสอบผ่าน สำหรับแสนสิริพัฒนาธุรกิจคอนโดมิเนียมมา 40 ปี กว่า 225 โครงการ รวมกว่า 90,000 ยูนิต ผ่านมาหลายวิกฤตทั้งต้มยำกุ้ง น้ำท่วมใหญ่ โควิด ล่าสุดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทุกวิกฤตมีการพัฒนาและเรียนรู้ตลอดเวลา ในครั้งนี้ ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ดูแลงานนิติบุคคล, ผู้รับเหมารายใหญ่,ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ,ทีมลิฟต์และบริษัทประกัน ทำให้ผ่านวิฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งแนวทางที่แสนสิริยึดถือมาตลอดคือลูกค้าต้องมาก่อน ดูแลไม่สิ้นสุด ทั้งก่อนและหลังอยู่อาศัย

“พอเกิดเหตุการณ์ทีมงานเราเข้าตรวจสอบอาคาร มีตั้งวอร์รูมประสานงานลูกบ้าน ตรวจสอบสภาพอาคาร ใช้เวลา 4-5 วันตรวจครบกว่า 200 อาคาร พบความเสียหาย เช่น รอยร้าวต่างๆ ลิฟต์ มีปัญหากว่า 200 ตัว เราซ่อมใช้งานได้เกือบหมดแล้ว เหลือ 9 ตัวจะเสร็จกลางเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงประเมินค่าเสียหาย ติดต่อประกันภัย ตอนนี้ผลการตรวจสอบความปลอดภัยครบ 100% และจากเหตุการณ์ครั้งนี้เรามองไปข้างหน้า เพื่อหาแนวทางพัฒนาการทำงานให้แข็งแกร่งขึ้น อาทิ นำข้อมูลจากเหตุการณ์จริงมารีวิว ปรับปรุงคู่มือมาตรฐานการก่อสร้าง การเตรียมพร้อม ซ้อมแผนฉุกเฉินสม่ำเสมอ รวมถึงระบบเตือนภัยการตรวจสอบที่ช่วยป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น” นายอุทัยกล่าว

นายอุทัย กล่าวว่า เราไม่ได้แค่รอดพ้น แต่ต้องทำให้วงการนี้แข็งแกร่งกว่าเดิม ด้วยการจัดงานแสนสิริอินไซต์ทอล์ค “BEYOND THE BLUEPRINTS” 60 วันหลังแผ่นดินไหว ก้าวต่อด้วยพลังความร่วมมือ จะเป็นการจุดประกายความร่วมมือของคนในวงการอสังหาฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยหัวใจการทำงาน 3 ด้าน คือ Quality คุณภาพที่เหนือมาตรฐาน, Service บริการต่อเนื่อง และ Well-being ส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี มุ่งสู่การดูแลลูกบ้านอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ย้ำอาคารสูงเมืองกรุงปลอดภัย

ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า ภาคอสังหาฯไทยมีความก้าวหน้ามากด้านมาตรฐานการออกแบบสำหรับอาคารใหม่ จากการออกกฎกระทรวงและมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวที่เข้มงวดขึ้นจากกฎกระทรวงปี 2564 ที่บังคับให้อาคารใหม่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น มีประเภทอาคารหลากหลายขึ้น และผู้ประกอบการรายใหญ่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและปฏิบัติตามมาตรฐาน

Advertisement

รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีและวิธีการออกแบบที่ทันสมัยเข้ามาใช้ และเพื่อให้มั่นใจว่าอาคารสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ ในอนาคตควรนำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พัฒนาและใช้กันแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศมาช่วยลดระดับการโยกตัวและการสั่นไหวของอาคารในประเทศไทย ได้แก่ อุปกรณ์ที่ช่วยดูดซับพลังงานการสั่นไหวของอาคาร เช่น Viscous Dampers หรือ Oil Dampers

“เหตุแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคมเป็นเรื่องที่แปลกว่ากรุงเทพฯอยู่ห่างจากศูนย์กลาง 1,000 กม. ทำไมถึงรุนแรงขนาดนี้ และมีตึกเดียวที่พังทลายลงมา ส่วนอาคารสูงอื่นๆ เสียหายไม่รุนแรง ถ้าอาคารออกแบบได้ตามหลักวิศวกรรมที่ถูกต้อง จะไม่เห็นความเสียหายอย่างรุนแรงและเหตุการณ์แผ่นดินไหวลักษณะนี้โอกาสเจอมี 10% ดังนั้นเพื่อความมั่นใจคือทำตามมาตรฐาน” ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่งกล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ

กระทบเชื่อมั่นระยะสั้นสิ่งสำคัญคือ แบรนด์

นายบริสุทธิ์  กาสินพิลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮมบายเออร์ ไกด์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร The Next Real กล่าวว่า จากเหตุแผ่นดินไหวภาคเอกชนตอบสนองรวดเร็ว จะเห็นซีอีโอบริษัทอส้งหาฯหลายบริษัทลงไปดูพื้นที่ ส่งทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบอาคารและออกแถลงการณ์หรือสื่อสารกับลูกบ้านต่อเนื่อง ช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจ นอกจากนี้ผู้รับเหมาสร้างตึกสูงจากพระรองจะเป็นพระเอก เพราะจะถูกถามว่าตึกนี้ใครสร้าง แต่สิ่งอยากให้มีการเพิ่มเติมคือการสร้างความรู้ให้ลูกบ้านเรื่องการรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพราะทุกโครงการมีเพียงการซ้อมหนีไฟ

“อสังหาฯไทย ผ่านมาแล้วทุกวิกฤติ ทั้งน้ำท่วมใหญ่ โควิด เชื่อว่าแผ่นดินไหวในไทยที่ผ่านมามีกระทบระยะสั้น ตรงกันข้ามแบรนด์ที่ทำได้ดี โครงการมั่นคงปลอดภัย มีการดูแลลูกค้าอย่างรวดเร็ว จะได้รับความเชื่อมั่นและเกิดการบอกต่อ ส่วนในระยะยาวตลาดอสังหาฯจะปรับตัวและฟื้นตัวได้” นายบริสุทธิ์กล่าว

นายบริสุทธิ์  กาสินพิลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮมบายเออร์ ไกด์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร The Next Real

บททดสอบมาตรการรับเหมาก่อสร้าง

นายวีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายและเป็นบททดสอบสำคัญของภาคการก่อสร้าง เชื่อว่าผู้รับเหมาสอบผ่านอาคารยังแข็งแรงปลอดภัย ยกเว้นตึกเดียวที่ถล่ม สิ่งสำคัญคือต้องทำยังไงให้ลูกค้าเชื่อมั่น
ครั้งต่อไปต้องให้ไม่เป็นวิกฤติ ซึ่งบริษัทมองว่าการออกแบบถูกต้องหลักวิศวกรรม ใช้วัสดุมีคุณภาพตามหลักวิชาการ ต้องตรวจสอบการทำงานทั้งหมดและอยากเห็นการใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปที่แข็งแรงรับแรงและกันเสียงได้ดี เมื่อเกิดการแตกร้าว อาทิ เหตุแผ่นดินไหว จะซ่อมแซมได้ง่ายกว่าผนังปูน

นายวีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)

นายกฤษฎา แท้ประสาทสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟรา กรุ๊ป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารสูงและแรงลมแผ่นดินไหว กล่าวว่า สาเหตุของอาคารถล่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศมาจาก Bad Conditions หลายประการที่มาประกอบกัน เช่น จุดต่อที่ทำไม่สมบูรณ์เพียงจุดเดียว แต่เมื่อรวมกับการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันการใช้งานภายในอาคาร หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดินอาจนำไปสู่อาคารถล่มอย่างคาดไม่ถึงได้ การออกแบบที่ดี ต้องมีผู้รับเหมาผู้ควบคุมงานที่ดี และสิ่งสำคัญคือเจ้าของโครงการจะต้องเข้าใจและให้การสนับสนุน แม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะพิสูจน์ผลงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ออกแบบและผู้รับเหมา

“สิ่งสำคัญคือการเคารพในวิชาชีพ มีความรับผิดชอบ และตั้งใจทำงาน และฝากทุกภาคส่วนรักษาคุณภาพมาตรฐานงานออกแบบและก่อสร้าง โดยเฉพาะการใช้วัสดุก่อสร้างอย่างเหล็กและคอนกรีตที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ” นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎา แท้ประสาทสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟรา กรุ๊ป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารสูงและแรงลมแผ่นดินไหว

พลัสรับมือเร็ว-สื่อสารเรียลไทม์

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า บริษัทดูแลโครงการกว่า 400 แห่ง ครอบคลุมลูกบ้านมากกว่า 100,000 ครอบครัว ต้องคิดและวางแผนรอบด้าน เป็นระบบ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของลูกค้า มีการจัดตั้งวอร์รูมทันทีเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ การสื่อสารที่ถูกต้อง แม่นยำ สร้างความมั่นใจ ลดความตื่นตระหนก พร้อมดำเนินมาตรการตรวจสอบอาคาร ฟื้นฟูความเสียหาย และอำนวยความสะดวกในการเคลมประกันและซ่อมแซม เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับเทรนด์ในอนาคตมองว่าควรมีการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงวัย ผู้ป่วย ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องอพยพ เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทัน รวมถึงเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย อย่างใช้เทคโนโลยีของ LIV-24 ซึ่งนำ AI มาใช้เพื่อความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย ซึ่งระบบสามารถประมวลผลจากข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ได้ว่าระบบอะไรบ้างที่ใช้งานได้หรือได้รับผลกระทบ อาทิ ระบบลิฟต์ ไฟฟ้า ดับเพลิง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนบริหารจัดการได้

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

 

ประกันรับมือเคลม-จ่อขึ้นเบี้ย 5-10%

นายวิญญู อังศุนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความท้าทายสถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้คือรับมือกับจำนวนการเคลมที่เข้ามาอย่างมาก โดยเฉพาะจากลูกค้ารายย่อย และได้เร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายสินไหมทดแทน เน้นการสำรวจความเสียหายและอนุมัติการจ่ายเคลมอย่างเป็นธรรม ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมราคาค่าซ่อมแซม โดยเจรจากับผู้รับเหมาให้มั่นใจค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า

“แผ่นดินไหวครั้งนี้ มีมูลค่าเสียหายน้อยกว่า น้ำท่วม และโควิด จากยอดเคลมเราเคลียร์ไปได้มากกว่า 30%
หลายคนอาจสงสัยว่าหลังเกิดเหตุเบี้ยประกันภัยจะแพงหรือไม่ อาจจะมีปรับบ้าง 5-10% แต่ขอดูสถานการณ์โดยรวมก่อน” นายวิญญูกล่าว

นายวิญญู อังศุนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

แสนสิริขายโอนตามเป้า

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากแผ่นดินไหวได้รับแจ้งจากลูกบ้านคอนโดได้รับความเสียหายกว่า 30,000 ยูนิต ตอนนี้เข้าเคลียร์แล้ว ขณะที่สถานการณ์ของตลาดคอนโดฯกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว เห็นได้จากยอดขายคอนโดฯของบริษัทในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวลดลงเหลือกว่า 200 ล้านบาทต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันยอดขายกลับขึ้นมาที่กว่า 300 ล้านบาทต่อสัปดาห์ และเป็นระดับที่ขายปกติ

”หลังแผ่นดินไหวเราได้มีการทบทวนแผนงานใหม่ แต่ในส่วนของคอนโดฯยังคงเป้าหมายและแผนงานเดิม โดย มียอดโอนเฉพาะโครงการคอนโดฯปี 2568 ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท ปลายปีนี้จะมีสร้างเสร็จ 1 โครงการ คือโฟล บาย แสนสิริ มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นคอนโดโลว์ไรส์ ทุกโครงการยังก่อสร้างตามแผนงานและเปิดตามเป้า 15 โครงการ มูลค่าโครงการ 20,000 ล้านบาทและมียอดขาย 19,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้กลับมาทำการตลาดโครงการคอนโดฯแล้ว จากช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริษัทได้หยุดการทำการตลาดไป“ นายองอาจกล่าว

นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)