เวียตเจ็ท ซื้อแอร์บัส A330neo 20 ลำ ปูทางบินยุโรป
นางเหงียน ถิ เฟือง เถา ประธานเวียตเจ็ท สายการบินเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เปิดเผยว่า ได้ลงนามสั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้าง แอร์บัส A330-900 จำนวน 20 ลำ เตรียมรองรับแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศตลอดทศวรรษหน้า พิธีลงนามข้อตกลงจัดขึ้นที่กรุงฮานอย มีประธานาธิบดีเลือง เกวงแห่งเวียดนาม และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ร่วมเป็นสักขีพยาน
การสั่งซื้อครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูงทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และปูทางสู่การให้บริการเที่ยวบินระยะไกลไปยังทวีปยุโรปในอนาคต
โดยเครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่นี้จะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของเวียตเจ็ท รวมถึงประสิทธิภาพการบิน การประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการขยายเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในภูมิภาคและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับประเทศฝรั่งเศส เวียตเจ็ทยังคงเดินหน้ายกระดับการเชื่อมต่อทางอากาศอย่างครอบคลุมและยั่งยืน มอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และราคาที่เข้าถึงได้แก่ผู้โดยสารหลายล้านคนในเวียดนามและทั่วโลก
สัญญาฉบับใหม่กับแอร์บัสในครั้งนี้ ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเครื่องบิน A330neo ของเวียตเจ็ทเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า รวมเป็น 40 ลำ ขณะเดียวกัน สายการบินฯ ยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบินทางเดินเดียวตระกูล A320neo อีกจำนวน 96 ลำ ปัจจุบัน เวียตเจ็ทให้บริการด้วยฝูงบินของแอร์บัสทั้งหมด 115 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินตระกูล A320 จำนวน 108 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้าง A330-300 อีก 7 ลำ

เครื่องบินแอร์บัส A330-900 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent 7000 รุ่นล่าสุด รองรับการบินระยะไกลโดยไม่ต้องแวะพักได้ถึง 7,200 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 13,300 กิโลเมตร มาพร้อมห้องโดยสาร Airspace รุ่นใหม่ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง ทั้งในด้านความสะดวกสบาย บรรยากาศที่ผ่อนคลาย และดีไซน์ที่ล้ำสมัย โดยมีจุดเด่น อาทิ พื้นที่ส่วนตัวที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่ ระบบไฟส่องสว่างที่ทันสมัย รวมถึงระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อบนเครื่องบินที่ครบครัน
ข้อมูล ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568 ระบุว่า เครื่องบินตระกูล A330 มียอดสั่งซื้อยืนยันแล้วมากกว่า 1,800 ลำ จากผู้ให้บริการมากกว่า 130 รายทั่วโลก โดยแอร์บัส A330neo ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในตระกูลนี้ ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ได้สูงถึง 50% และตั้งเป้าที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ SAF ให้ได้ถึง 100% ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแอร์บัสในการพัฒนาเครื่องบินทุกรุ่นให้สามารถรองรับการใช้ SAF ได้ในอนาคต
ปัจจุบัน เวียตเจ็ทให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศสู่จุดหมายปลายทางสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย อินเดีย และคาซัคสถาน โดยใช้เครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น A330 ซึ่งช่วยยกระดับความสะดวกสบายและมอบตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นธุรกิจที่มาพร้อมเมนูอาหารสดใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสิร์ฟโดยลูกเรือมืออาชีพที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความใส่ใจ ทั้งนี้ ฝูงบิน A330 จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขยายเครือข่ายเส้นทางบินของเวียตเจ็ทสู่จุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้น เพื่อรองรับความต้องการด้านการเดินทางที่หลากหลายของผู้โดยสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้าน นายวูเตอร์ ฟาน เวิร์ช ประธานบริหารฝ่ายต่างประเทศ แอร์บัส กล่าวว่า เวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกซึ่งโดดเด่นด้วยการให้บริการที่อบอุ่นในแบบฉบับของเวียดนามควบคู่กับค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ เรารู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่เวียตเจ็ทเลือกเครื่องบิน A330neo ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นล่าสุด เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตในอนาคต และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เดินหน้าสานต่อความร่วมมืออันแข็งแกร่งนี้ต่อไป เพื่อส่งเสริมการขยายเครือข่ายเส้นทางบินของเวียตเจ็ทสู่ตลาดโลก

