หน้าแรก เศรษฐกิจ 6 มิ.ย.ลุ้นบอ...

6 มิ.ย.ลุ้นบอร์ดกระตุ้นศก.เคาะแบ่งเค้ก 1.57 แสนล.ที่แต่ละหน่วยงานชงโครงการเข้ามา ด้าน ‘พิชัย’ บี้ทูตพณ.บูมส่งออก

29.05.25 | 06:00 น.
บอร์ดกระตุ้นศก.

6 มิ.ย.ลุ้นบอร์ดกระตุ้นศก.เคาะแบ่งเค้ก 1.57 แสนล.ที่แต่ละหน่วยงานชงโครงการเข้ามา ด้าน”พิชัย”บี้ทูตพณ.บูมส่งออก

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นเสนอโครงการหลายรายการเข้าสู่แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้กรอบวงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ว่า ได้รวบรวมโครงการจากทุกกรมแล้ว อยู่ระหว่างการคัดกรองเพื่อลดการซ้ำของโครงการที่ยื่นของบ ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการกระตุ้นการสร้างอาชีพ เสริมสภาพคล่องรายย่อยและเอสเอ็มอี เร่งเพิ่มรายได้เกษตรกรและการค้าขายในชุมชน

“อย่างไรก็ตาม จะสามารถดำเนินการได้ทันก่อนการประชุมอนุกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เบื้องต้นคาดว่าจะประชุมในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งจะมีการพิจารณาและอนุมัติโครงการต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานเสนอเข้ามา”แหล่งข่าวกล่าว

ที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ พณ. เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สพต.) และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 200 ราย มีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัด พณ. น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ร่วมด้วย

นายพิชัยกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการระดมพลทีม พณ.ทั้งส่วนกลาง ส่วนต่างประเทศ และส่วนภูมิภาคอย่างพร้อมเพรียง เพื่อบูรณาการการทำงานเชิงรุกในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างมีเอกภาพ และเชื่อมโยงกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยตัวแทนทูตพาณิชย์ได้นำเสนอแผนกลยุทธ์เจาะตลาดสำคัญ 5 กลุ่ม ได้แก่ สหรัฐ อินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน และจีน โดยเฉพาะการใช้ซอฟต์พาวเวอร์สร้างกระแสนิยมสินค้าไทยในตลาดระดับบน การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการบูรณาการระหว่างพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ได้มอบนโยบาย 10 ประเด็นให้แก่ทีมงาน พณ.เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส มีเป้าหมายหลักขยายตลาดส่งออก สร้างความเชื่อมั่นและเสริมบทบาทของไทยในเวทีการค้าโลก

Advertisement