หน้าแรก เศรษฐกิจ เอสเอ็มอี ห่ว...

เอสเอ็มอี ห่วงภาษีทรัมป์ยืดเยื้อ ไร้ข้อสรุป เกิดสูญญากาศทางการค้าโลก ‘ระเบิดเวลาลูกใหม่’

29.05.25 | 14:00 น.

เอสเอ็มอี ห่วงนโยบายภาษีทรัมป์ ยืดเยื้อไร้ข้อสรุป-เกิดสูญญากาศทางการค้าโลก ‘ระเบิดเวลาลูกใหม่’

จากกรณีศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐสั่งระงับการขึ้นภาษีศุลกากรกับประเทศที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจากประเทศที่มีการส่งออกมายังสหรัฐมากกว่าปริมาณสินค้าที่ซื้อจากสหรัฐ โดยระบุว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า การใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ที่ทางรัฐสภาสหรัฐอเมริกามอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศสภาวะฉุกเฉินและมีอำนาจในการแทรกแซงด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและระหว่างประเทศที่จะเป็นภัยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่องมือกลไกการปกป้องเศรษฐกิจการค้าการลงทุนของประเทศ หรือ “Trade Protectionism” ที่มุ่งเน้น “Bus America” ที่เน้นการสนับสุนการผลิตพึ่งพาภายในประเทศมากกว่าการนำเข้ามาจากต่างประเทศ

โดยปัจจุบันสถานการณ์ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (US Court of International Trade) มีคำพิพากษา ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการประกาศภาษี Liberation Day ที่มีการจัดเก็บทั่วโลกโดยใช้กฎหมาย IEEPA จากการยื่นฟ้อง 2 คดี คือ จาก Liberty Justice Center ในนามผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวน 5 รายที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ถูกเก็บภาษี และอีกคดียื่นโดยอัยการสูงสุดจาก 13 รัฐของสหรัฐอเมริกานอกจากนี้ยังมีอีกอย่างน้อย 5 คดีที่จะท้าทายต่อนโยบายภาษีของทรัมป์ในศาล อีกทั้งต้องประเมินในอดีตที่มีการใช้ IEEPA มาราว 69 ครั้งที่ผ่านมาจากหลายประธานาธิบดีมีความสอดคล้องกับบทบัญญัติอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่ อย่างไร กระบวนการพิจารณาใช้ IEEPA ในแต่ละครั้งถูกต้องหรือไม่อีกด้วย

“ต้องจับตาความขัดแย้งทางความคิดของประชาชนสหรัฐอเมริกาและกระบวนการยุติธรรมในนโยบายดังกล่าวของทรัมป์ที่ผู้ประกอบการทุกขนาดของสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมทั้งภาคประชาชนที่จะส่งผลกระทบกับค่าครองชีพอีกด้วย ซึ่งมีสัญญาณแนวโน้มที่จะเป็นชนวนความรุนแรงเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์กำแพงภาษีที่ยังมีความยืดเยื้อไร้ข้อสรุปที่ชัดเจน แม้การเจรจาจะบรรลุผลในระดับหนึ่งแต่ยังขาดความแน่นอนกับประเทศที่มีการเจรจาไปแล้วและยังมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่เจรจารวมทั้งประเทศไทยก่อให้เกิดเป็น สูญญากาศทางการค้าโลก บนความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนขาดความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อสถานการณ์การค้า การลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ละประเทศอย่างเปราะบางโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เกษตรกรที่ถูกตั้งระเบิดเวลา”

นายแสงชัย กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากกำแพงภาษีที่กระทบทั้งโลก ทรัมป์ ยังใช้นโยบายที่ไม่ใช่กำแพงภาษีด้านความเป็นอิสระทางการศึกษาจากกรณี VISA นักเรียนต่างชาติที่จะเข้าไปศึกษาในสหรัฐอเมริกา การจำกัดสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด เป็นต้น โดยนอกจากปัญหากฎหมาย IEEPA อาจต้องคำนึงถึงกฎหมาย Trading with the Enemy Act (TWEA) ประกอบด้วย สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งประเมินทิศทางสถานการณ์นี้ เตรียมพร้อมแผนรองรับและทบทวนยุทธศาสตร์ “วิศวกรรมและสถาปัตยกรรมออกแบบโครงสร้างเศรษฐกิจไทยใหม่” ด้านการเกษตรนวัตกรรม ด้านอุตสาหกรรมเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ด้านความสร้างสรรค์และเศรษฐกิจเพิ่มมูลค่า ด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุนภายในประเทศและผลักดันผู้ประกอบการไทยไปเติบโตในตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกิดการปรับระบบนิเวศเศรษฐกิจไทยรองรับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศแบบพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดก่อนนำเข้าจากต่างประเทศ

Advertisement

“ซึ่งตลาดส่งออกของสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 1 มีสัดส่วน 20% ของการส่งออกของ SME ทั้งหมด และสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกด้วย ขณะที่อีกมุมหนึ่ง คือ SME พึ่งพาการนำเข้าจากประเทศจีนถึง 47% หรือเกือบครึ่งของการนำเข้าทั้งหมดของ SME และภาพรวมไทยมีสัดส่วนนำเข้าจากจีนถึง 26% หรือ 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมดของประเทศไทย การวางเป้าหมายและเข็มทิศมุ่งเป้าเศรษฐกิจต้องทำแบบคู่ขนาน” นายแสงชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีทบทวน VISA นักเรียนต่างชาติที่จะเข้าไปศึกษาในสหรัฐฯ กำลังเป็นประเด็นสร้างความวิตกต่อนักธุรกิจและนักวิชาการที่กำลังส่งบุตรหลานไปเรียนที่สหรัฐฯ ต้องชะลอการเคลื่อนไหวและกล่าวถึงนโยบายทรัมป์ในช่วงนี้เพราะวิตกว่าจะเป็นส่วนนำไปประกอบการพิจารณาให้วีซ่าบุตรหลาน