เซ็นทรัล ทุ่ม 1 พันล้าน จัดมิดเยียร์เซลล์ ‘ช้อปช่วยชาติ’ กระตุ้นศก. ท่องเที่ยว ดันทราฟฟิคเพิ่ม 25-30%
วันที่ 29 พฤษภาคม นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2568 ยังมีปัจจัยที่ท้าทายทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย การเก็บภาษีของสหรัฐ สงครามการค้า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เป็นตามเป้า จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 พฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 13.87 ล้านคน ติดลบ 2.55 % หรือลดลงประมาณ 1 ล้านคนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงค่อนข้างสูง ดังนั้นรัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาและเร่งสร้างความเชื่อมั่น อะไรที่ทำได้ก็ให้เร่งแก้ปัญหา เช่น การท่องเที่ยวก็ต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นกลับมา รวมถึงอาจจะอำนวยความสะดวกเรื่องการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวตรีฟันด์) ให้มีจุดรับคืนมากขึ้น เช่น ที่ร้านค้า จากเดิมมีบริการเฉพาะสนามบิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายด้านช้อปปิ้งสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเหมือนประเทศญี่ปุ่น

นายณัฐกิตติ์กล่าวว่า แม้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะลดลง แต่ทราฟฟิคของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศในช่วง 4 เดือนแรกยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6-7%และต่างชาติยังเข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะสาขาเมืองท่องเที่ยวที่มีสเปนดิ้งเพิ่มขึ้น เช่น เซ็นทรัลภูเก็ต เพิ่ม 111% เซ็นทรัล เชียงใหม่ เพิ่ม 110% เซ็นทรัลพัทยา เพิ่ม 50% เซ็นทรัลเวิล์ดเพิ่ม 30% เป็นต้น อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศและกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น ประกอบกับปีนี้เป็นปีพิเศษคนระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทางกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร ร่วมกันทำการตลาดด้วยงบประมาณ 1,000 ล้านบาท จัดแคมเปญ “Summer Grand Sale 2025” มหกรรมมิดเยียร์เซลล์ระดับชาติ เพื่อดึงคนไทยมาช้อปช่วยชาติ เพราะตอนนี้คนไทยต้องกระหนักและช่วยประเทศแล้ว
นายณัฐกิตติ์กล่าวว่า โดยปีนี้มีสินค้าแบรนด์เพิ่มขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ระดับไฮเอนด์ถึงสินค้าโอท็อป มิชลิน และแบรนด์ท้องถิ่นเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ รวมกว่า 28,000 แบรนด์และ 12,000 ร้านค้า ลดราคาสูงสุด 80% ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม-13 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นกว่าปกติทุกปีจะจัดอยู่ประมาณ 2-3 เดือน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างผลต่อทางเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มทราฟฟิกทั่วประเทศอีก 25–30% ในช่วงไตรมาส2และไตรมาส3 ที่เป็นช่วงเวลาสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของนักช้อปของเอเชีย

“จากอินไซด์ลูกค้าต่างชาติ ที่มาช้อป กิน เที่ยวในไทย พบว่า จีนนิยมไทยดีไซน์เนอร์ Gentle Women, Matter Makers, Ravipa ร้านอาหาร เช่น ทองสมิทธิ์, After You, กับข้าวกับปลา
ส่วนฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย นิยม Good Goods, กางเกงช้าง, น้ำหอมจาก MITH, Butterfly, คุกกี้ P.S. I love you ขนมไทย ชาไทย เช่น มะม่วงทุเรียนอบแห้ง ชา ตรามือ ชาไทยร้าน Karun , Karmakamet, Panpuri, Harnn ชอบ Street food ที่ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ได้ และร้านมิชลินไกด์
มิชลินสตาร์
ส่วนยุโรป และสหรัฐ นิยม แบรนด์ Lululemon, Adidas, Nike, Victoria’s Secret,Sephora, H&M, Zara, Uniqlo / Dining เช่น นารา และ Victoria by cocotte ขณะที่รัสเซีย ชอบแบรนด์ลักชูรี รวมไปถึง Uniqloและ Muji“นายณัฐกิตติ์กล่าว
นายณัฐกิตติ์กล่าวว่า พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Sale” ผลักดันไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการช็อปปิ้งระดับโลก ล่าสุดได้จัดกิจกรรม “Sawasdee Ni Hao” เชิญผู้ประกอบการนำเที่ยวและ KOLs จากจีนกว่า 600 คน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ Street Food ที่ Hug Thai, centralwOrld และเยี่ยมชมงานคราฟต์ไทยที่ร้าน Good Goods เพื่อโปรโมตไทยในฐานะจุดหมายปลายทางครบทุกมิติ ทั้งช้อป กิน เที่ยว โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งระยะสั้น(short-haul) จากประเทศจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย รวมถึงระยะไกล( long-haul) จากประเทศรัสเซีย ยุโรป อเมริกา และเอเชียกลาง


