หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ขอเอี่ยวงบ...

พณ.ขอเอี่ยวงบกระตุ้นศก. 3 พันล. ภาษีทรัมป์โลเล กระทบคำสั่งซื้อใหม่-ยืดเครดิตเทอม

30.05.25 | 13:26 น.

พณ.ขอเอี่ยวงบกระตุ้นศก. กว่า 3 พันล้าน ภาษีทรัมป์โลเล กระทบคำสั่งซื้อใหม่-ยืดเครดิตเทอม

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นโครงการของบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาทนั้นว่า กระทรวงพาณิชย์ยื่นขอไปรวม 3,006 ล้านบาท เป็นกรอบโครงการและใช้งบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนการส่งออก เพิ่มรายได้และแก้ปัญหาการเกษตร ลดภาระประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งจะได้รับความเห็นชอบอย่างไร ต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 6 มิถุนายน ก่อน ว่าจะมีความเห็นชอบแค่ไหนจากโครงการและงบประมาณที่กระทรวงพาณิชย์ยื่นขอไป ซึ่งหลังจากผ่านการเห็นชอบก็จะชี้แจงรายละเอียดในแต่ละโครงการต่อไป

นายพิชัยกล่าวต่อว่า กรณีสถานะล่าสุดนโยบายปรับขึ้นภาษีของทรัมป์ ที่ตอนนี้ศาลอุทธรณ์ (CAFC) ตัดสินแล้ว ให้รัฐบาลสหรัฐสามารถเก็บภาษีได้ต่อไป (Stay) นั้น ไม่แปลกใจ ซึ่งในสหรัฐเองก็มีหลายศาล และยังมีหลายมาตรการที่จะนำมาใช้ แม้เข้าสภาโหวต ทรัมป์ก็ผ่านจากมีเสียงข้างมาก ซึ่งจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ได้วางใจในทุกมิติ ยังเดินหน้าและเตรียมพร้อมในการเจรจาต่อไป ที่สำคัญคือเราต้องแสดงความจริงใจให้สหรัฐเห็นในการเจรจาทุกด้าน

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ตอนนี้ตลาดผู้นำเข้ารอดูท่าทีและความชัดเจนของนโยบายภาษีทรัมป์ ทำให้การเจรจาซื้อขายไม่ได้ข้อสรุป ผู้ซื้อผู้ขายต่างก็ไม่กล้าจะค้าขายกันมากนักในช่วงนี้ เพราะไม่รู้ว่านโยบายภาษีทรัมป์และมาตรการที่เกี่ยวข้องจะได้ข้อยุติเมื่อไหร่ เฉพาะส่งออกข้าวไปสหรัฐ ข้าวหอมยังมีการนำเข้าอยู่และราคายังทรงตัว แต่ข้าวชนิดอื่นๆ ตกหมด

“จากความไม่แน่นอน กลับไปกลับมาอย่างนี้ ย่อมกระทบต่อส่งออกในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปแน่นอน ตัวเลขส่งออกรวมไตรมาส 2 ปีนี้ อาจต่ำกว่าไตรมาสแรก วงการค้าข้าวได้พูดคุยกันหากมีการปรับอัตราภาษีระดับ 10% หรือแย่สุด 20% ก็จะไม่กระทบต่อส่งออกสินค้าและการค้าโลกมากนัก ตอนนี้กุมขมับกันไปหมด ดังนั้น ภายในประเทศก็ต้องเตรียมแผนรองรับ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นและราคาตกลงเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้เหลือแต่ข้าวหอมที่ราคายังดีอยู่” นายชูเกียรติกล่าว

Advertisement

ผู้ค้าสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ที่เริ่มมาตั้งแต่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ได้สะท้อนว่า ปีนี้ค่อนข้างคึกคัก แม้อยู่ในช่วงความกังวลกรณีนโยบายภาษีทรัมป์ แต่การเจรจาจากบริษัทหรือตัวแทนนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก ต่างแสดงความสนใจสั่งซื้อสินค้าไทย แต่สั่งในปริมาณไม่ได้สูงและต่อเนื่องเหมือนในอดีต อีกทั้งมีการยืดเวลาชำระหนี้ค่าสินค้า (เครดิตเทอม) นานขึ้น จากเดิมไม่เกิน 6-12 เดือน เหลือ 3-6 เดือน อีกทั้งกังวลเรื่องค่าเงินผันผวนใน 1-2 เดือนจากนี้ อาจกระทบปัญหาขาดทุนค่าเงิน แม้จะมีการประกันความเสี่ยงค่าเงิน แต่ในทางปฎิบัติเท่ากับต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะมีการประกันค่าเงินเป็นช่วงๆ