ธปท. ชี้ เศรษฐกิจไทย เมษา 68 เริ่มฟื้น อุตฯ-ลงทุนโต ท่องเที่ยวดีขึ้น แม้ส่งออกหด-เงินเฟ้อติดลบ
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจไทย
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในหลายหมวด โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่งที่สอดคล้องกับยอดขายในประเทศซึ่งเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบางหมวดมีการผลิตเพิ่มขึ้นจากการสะสมสินค้าคงคลัง หลังจากเร่งส่งออกในช่วงก่อนหน้า การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเช่นกัน โดยเน้นไปที่หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ขณะที่การลงทุนในยานพาหนะเพิ่มขึ้นจากยอดจดทะเบียนรถยนต์และการลงทุนในอากาศยานและเรือ ส่วนการก่อสร้างยังทรงตัว แม้การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมลดลง โดยเฉพาะในหมวดบริการจากการใช้จ่ายของคนไทยในประเทศและการเดินทางต่างประเทศ แต่หมวดสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ ยังมียอดขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ครัวเรือน
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณฟื้นตัว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ตะวันออกกลาง และจีน รายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่สูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะไกล อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม เช่น การปิดกิจการของร้านอาหารหลายแห่ง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการใช้จ่ายภายในประเทศที่ซบเซาและความระมัดระวังของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ด้านการส่งออกสินค้าหดตัวจากหมวดสินค้าเกษตร ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าสินค้าเกษตรแปรรูปบางรายการ เช่น น้ำตาลและน้ำมันปาล์ม จะยังส่งออกได้ดี ขณะที่การนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดทุนและวัตถุดิบ ส่วนหมวดเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคลดลง การส่งออกไปสหรัฐฯ แม้จะเริ่มชะลอจากแรงกดดันทางการค้า แต่ยังอยู่ในระดับสูง และพบสัญญาณของการเร่งนำเข้าในกลุ่มวัตถุดิบและชิ้นส่วน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการส่งออกในระยะสั้นก่อนมาตรการภาษีจะมีผล ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมปรับดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออก เช่น ยานยนต์ อาหาร และเครื่องปรับอากาศ สอดคล้องกับการผลิตเพื่อเติมสินค้าคงคลัง ส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ยังคงหดตัว รายได้เกษตรกรลดลงจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว ทุเรียน และมันสำปะหลัง ที่ลดลงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว โดยเฉพาะรายจ่ายประจำและการลงทุนของรัฐบาลกลาง ขณะที่ภาคธุรกิจลดการขอสินเชื่อสุทธิ แต่หันไประดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้มากขึ้นเป็นส่วนใหญ่เพื่อการต่ออายุหุ้นกู้ ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบเล็กน้อย โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันขายปลีกที่ลดลงตามตลาดโลกและมาตรการลดราคาพลังงานของรัฐ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ตลาดแรงงานมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน แม้ว่าสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานยังเพิ่มขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงขาดดุล จากการขาดดุลในหมวดดุลการค้า แม้ว่าดุลบริการและเงินโอนจะมีการขาดดุลลดลง
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ได้แก่ 1. นโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา 2. พัฒนาการของภาคการท่องเที่ยว 3. การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยที่เผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้น และ 4. แรงส่งจากภาคการคลังที่จะมีต่อเนื่องหรือไม่ในช่วงต่อไป


