หมุดหมายสำคัญของ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” หรือ กบข. คือความมุ่งหวังที่จะ “ยกระดับ” คุณภาพชีวิตของสมาชิกให้อยู่ดี กินดี ลดปัญหาหนี้สิน และมีที่อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิต
สอดคล้องกับที่ กบข.ได้ทำการสำรวจความต้องการและความสนใจของสมาชิก ซึ่งพบข้อมูลสำคัญว่า สมาชิกให้ความสนใจแนวทางการ “เพิ่มทางเลือก” การรับผลตอบแทนในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากที่สามารถทำได้อยู่ ณ ปัจจุบัน 4 แนวทาง คือ 1.การเลือกรับเงินปันผลเป็นประจำ 2.สิทธิการถอนเงินก่อนสิ้นสมาชิกภาพ 3.สิทธิการใช้เงินออมซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ และ 4.สิทธิการเข้าอาศัยในศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing) ข้อมูลเหล่านี้ กบข.มีแผนนำไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ และสรุปผลนำเสนอต่อคณะกรรมการ กบข.เพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ 1 ใน 4 แนวทางที่ กบข.ได้เริ่มทำการศึกษาคือ การลงทุนโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ ซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของสังคมสูงวัยในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเข้า “สังคมผู้สูงวัย” (Aging Society) อย่างสมบูรณ์ โดยประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดการณ์ว่าภายในปี 2583 จะมีผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกต่างก็ประสบภาวะนี้เช่นเดียวกัน
“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ บอกว่า จากสถิติในปี 2563 ตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางนั้นคาดว่าจะเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ร้อยละ 11.2 และร้อยละ 8.4 ตามลำดับ และ กบข.กำลังศึกษาแนวทางการให้สมาชิกที่มีความต้องการเข้าอาศัยในศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุด้วย

ทรงพลกล่าวว่า จากข้อมูลการออมเพิ่มของสมาชิก ณ สิ้นปี 2567 มีสมาชิกออมเพิ่ม จำนวน 304,940 ราย คิดเป็นร้อยละ 24 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 1.26 ล้านราย เป็นจำนวนเงินออมเพิ่ม 29,820 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6 ของเงินกองทุนส่วนของสมาชิกที่มีอยู่ 491,569 ล้านบาท ทั้งนี้ กบข.เป็นกองทุนการออมเพื่อการเกษียณ ทำให้มีข้อจำกัดในการขอรับเงินคืน สมาชิกจะได้เงินเมื่อออกจากราชการเท่านั้น กบข.จึงดำเนินการลดข้อจำกัดดังกล่าว พร้อมเพิ่มแรงจูงใจเพื่อให้สมาชิกเลือกใช้บริการออมเพิ่มมากขึ้น โดยเงิน กบข.แบ่งเป็น 1.เงินออมภาคบังคับร้อยละ 6 มาจากเงินรัฐนำส่งร้อยละ 3 และเงินสมาชิกนำส่งร้อยละ 3และ 2.เงินออมภาคสมัครใจ มาจากเงินออมเพิ่มของสมาชิกในอัตราร้อยละ 1-27 ปัจจุบันสมาชิกที่มีการออมเพิ่มในอัตราร้อยละ 27มีเพียงประมาณ 20,000 ราย ขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ออมเพิ่มในอัตราร้อยละ 1-3 ประมาณ 100,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 47 ของสมาชิกออมเพิ่ม 304,940 ราย
เมื่อเร็วๆ นี้ กบข.ได้นำคณะไปศึกษาดูงานที่ “Nanjing Sindora Living” เมืองหนานจิง นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
Nanjing Sindora Living คือโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุเรียกได้ว่าเป็นระดับพรีเมียมของเมืองหนานจิงก็ว่าได้ ดำเนินการโดยบริษัท เคปเปล (Keppel) ประเทศสิงคโปร์ เปิดตัวอย่างเป็น
ทางการเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 Nanjing Sindora Living ตั้งอยู่ที่ถนน Jiashan Road หมายเลข 15 เขต Qixia เมืองหนานจิง ใกล้กับย่านที่อยู่อาศัย โรงเรียนสวนสาธารณะ และโรงพยาบาล ขนาดพื้นที่ประมาณ 7-8 ไร่ 19,846 ตารางเมตร จำนวน 400 เตียง ทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ใน 224 ห้องพัก ปัจจุบันมีอัตราการเข้าใช้บริการประมาณ 80-100 เตียง แบ่งเป็น ผู้เข้าพักประจำ 80 เตียง ไปกลับ 20 เตียง คิดเป็น
ร้อยละ 25 จากจำนวน 400 เตียง โดยลูกค้าส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 100 เป็นคนที่อยู่ในเมืองหนานจิง แต่ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดิม สำหรับราคาค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 หยวน หรือประมาณ 69,000 บาท
ต่อเดือนต่อคน ทั้งนี้ ร้อยละ 80 เป็นผู้ที่ทำสัญญาเช่าระยะยาว

ภายใน Nanjing Sindora Living ให้บริการแก่ผู้พักอาศัยแบบครบวงจร (Full Service) ทั้งการทำความสะอาดห้องพัก, บริการอาหาร, บริการทางการแพทย์, ห้องออกกำลังกาย ห้องสันทนาการ และ
บริการในรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการวางระบบให้ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในโครงการแห่งนี้สามารถใช้ชีวิตเชื่อมต่อกับบริเวณโดยรอบชุมชนได้ เช่น การนำคอนเสิร์ตมาจัดในพื้นที่ Nanjing Sindora Living เป็นต้น
Nanjing Sindora Living ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ที่เข้าไปพักอาศัย ใช้แพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับให้บริการต่างๆ เช่น การจัดการด้านสุขภาพ ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การวางแผนชีวิตส่วนตัวของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์ฝึกฝนการเคลื่อนไหวที่ใช้เทคโนโลยีจาก NASA และโปรแกรมฝึกสมองเพื่อประเมินและปรับปรุงการทำงานของสมอง

อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน Nanjing Sindora Living เช่น ห้องออกกำลังกาย ห้องกายภาพบำบัด สระว่ายน้ำ โรงภาพยนตร์ ห้องคาราโอเกะ มุมเล่นไพ่นกกระจอก โต๊ะพูล ห้องสมุด ห้องศิลปะ ห้องทำงานฝีมือเย็บปักถักร้อย เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่เข้าพักอาศัย นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมหลากหลายสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การร้องเพลง การทำอาหาร การออกกำลังกาย และการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกล่าวว่า สาเหตุที่ กบข.ไปศึกษาดูงานโครงการซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง ที่ประเทศจีน เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในประเทศจีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 เป็นผลจากประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 ประเทศจีนมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 230 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งหมด 1,400 ล้านคน
“จากแนวโน้มสังคมสูงวัยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีน เป็นกรณีศึกษาให้ กบข.ต้องศึกษาการลงทุนในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่น่าสนใจ คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดี ถือเป็นการลงทุนเช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มีการลงทุนประมาณร้อยละ 9 ของพอร์ตการลงทุนส่วนของสมาชิก กบข.” ทรงพลกล่าว และว่า รัฐบาลจีนกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุอย่างแข็งขันผ่านนโยบายและการสนับสนุนทางการเงิน โดยเฉพาะการลงทุนทั้งจากภาคเอกชนและต่างประเทศ ดังนั้น ตลาดที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในประเทศจีนสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตที่สำคัญสำหรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทรงพลยังบอกว่า กบข.สนใจลงทุนโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน ออสเตรเลีย และยุโรป คาดว่าจะตัดสินใจลงทุนได้ภายในปี 2568 โดยรูปแบบการลงทุนจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในโครงการซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง ที่มีการดำเนินการแล้ว สามารถสร้างกำไรจากการลงทุนได้ทันที หรือร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน จากการศึกษาข้อมูลพบว่า โครงการซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 8-12 จากนั้นในอนาคต กบข.มีแผนการลงทุนโครงการซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง ในประเทศไทย โดยกำลังศึกษาแนวทางการให้สมาชิกที่มีความต้องการเข้าอาศัยในศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุได้เข้าใช้ประโยชน์ด้วย
“ซีเนียร์ เฮาส์ซิ่ง ที่กำลังกล่าวถึงนี้จะไม่ใช่เนิร์สซิ่งโฮม ที่เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแล ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่ซีเนียร์ เฮาส์ซิ่งนี้จะทำให้ผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกไปไหนมาไหน ไปซื้อของได้ ไปเล่นกีฬา ไปปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ได้ เข้าพักอาศัยอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน แต่ครอบครองในรูปแบบของการเป็นสมาชิก (Membership) ซึ่งหากสุดท้ายสมาชิกที่
ได้รับสิทธิไม่เลือกเข้าไปอยู่ก็อาจจะมีทางเลือกอื่นให้ อาทิ ในรูปของผลตอบแทน เป็นต้น ปัจจุบันสมาชิก กบข.มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่บ้านพักข้าราชการ พอเกษียณอายุราชการแล้วก็หาที่อยู่ไม่ได้ ขณะที่ข้าราชการใหม่ จะเห็นว่าอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงมากและไม่สามารถกู้ซื้อได้ กบข.จึงมีแผนที่จะทำให้สมาชิกกลุ่มนี้มีที่อยู่อาศัยหลังจากเกษียณอายุราชการ” ทรงพลกล่าว

ปัจจุบัน กบข.มีการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการลงทุนตรง อาทิ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต และอาคารสำนักงาน จำนวน 3 แห่งคือ อาคาร
อับดุลราฮิม เพลส, อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ และอาคาร
จีพีเอฟ วิทยุ ส่วนการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ซึ่งเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนและจ้างผู้จัดการสินทรัพย์บริหารการลงทุนในกองทุนและร่วมลงทุน อาทิ ดาต้า เซ็นเตอร์, สำนักงาน, ธุรกิจค้าปลีก, โลจิสติกส์ และอพาร์ตเมนต์
น.รินี เรืองหนู

