เผ่าภูมิ เผย เตรียมขยายท่าเรือภูเก็ต รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ดันเป็นฮับท่องเที่ยวทางทะเล
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงตรวจพื้นที่โครงการปรับปรุงท่าเรือภูเก็ต บริเวณที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก. 308 (บางส่วน) ตำบลวิชิต
อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ 105 – 2 – 12.7 ไร่ เพื่อตรวจผลการดำเนินการของโครงการปรับปรุงท่าเรือภูเก็ต โดยเน้นพัฒนาให้ท่าเรือภูเก็ตท่องเที่ยวมีความพร้อมในการรองรับเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise) และท่าเรือขนถ่ายสินค้าได้อย่างเหมาะสมอย่างเต็มศักยภาพ
นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงท่าเรือภูเก็ต เป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวและการขนถ่ายสินค้า โดยเปิดประมูลสรรหาผู้ลงทุนพัฒนาโครงการปรับปรุงท่าเรือภูเก็ตเพื่อเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวและการขนถ่ายสินค้า ระยะเวลาการเช่า 30 ปี เพื่อพัฒนาเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว รองรับเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise) และเป็นท่าเรือเพื่อรองรับการขนถ่ายสินค้าของภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน พัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลฝั่งอันดามัน โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้ที่ราชพัสดุ
นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ทั้งนี้ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตถูกออกแบบเพื่อขนส่งสินค้า แต่ปัจจุบันปริมาณสินค้าลดลง ขณะที่การท่องเที่ยวทางเรือโดยเฉพาะเรือสำราญเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันท่าเรือมีข้อจำกัดด้านความลึกของร่องน้ำ จึงไม่สามารถรองรับเรือสำราญ ขนาดใหญ่ได้โดยตรง อีกทั้งในฤดูมรสุมคลื่นลมแรง เรือไม่สามารถเทียบท่าได้ จึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนา โดยขยายหน้าท่าเพิ่มอีก 535 เมตร (จากเดิม 360 เมตร) นอกจากนี้มีแผนขุดลอกร่องน้ำให้ลึกถึง -10.5 และขยายแอ่งกลับลำเรือให้เหมาะสม รวมทั้งสร้างเขื่อนกันคลื่น ไฟส่องสว่าง อาคารผู้โดยสาร และติดตั้งอุปกรณ์ท่าเรือมาตรฐาน เพื่อให้เป็นท่าเรือต้นทาง (Home Port) สำหรับเรือสำราญ
“ท่าเรือภูเก็ตจะกลายเป็นท่าเรือแบบไฮบริจ ที่เป็นทั้งท่าเรือต้นทางรองรับทั้งเรือสำราญ ขนาดกลาง–เล็ก เพื่อผลักดันให้เป็น ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวทางทะเล หรือ Marina Hub และเป็นท่าเรือแวะพัก รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียที่มีผู้โดยสารถึง 4,900 คนต่อลำ”

