วันนี้ทองขึ้น 450 บาท ตลาดยังจับตามาตรการภาษีทรัมป์-ทิศทางดบ.เฟด
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายทองคำของสมาคมค้าทองคำ วันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ต้นเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 100 บาท สู่บริเวณ 51,250 บาท (ทองคำแท่ง) หลังจากประกาศราคาทองคำครั้งเดียวในวันเสาร์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 50 บาท สู่บริเวณ 51,150 บาท ส่วนสัปดาห์ที่แล้วทองคำปรับตัวลดลง 450 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทวันนี้แข็งค่าขึ้นจากสุดสัปดาห์สู่บริเวณ 32.77 บาท ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทองคำในประเทศ
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นราคาทองปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องครั้งละ 50 บาท ตลอดครึ่งวันเช้าของการซื้อขาย แต่อย่างไรก็ตามในช่วงบ้ายราคาทองปรับลดลงต่อเนื่อง 3 ครั้ง ๆละ 50 บาท จากนั้นก็มีการปรับขึ้นไปอีก 2 ครั้ง รวมตอลทั้งวันตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดจนถึงปิดตลาดราคาทองปรับขึ้นลงรวม 14 ครั้ง ไปปิดตลาดที่ระดับ 51,600 บาท (ทองคำแท่ง) ส่วนทองรูปพรรณอยู่ที่ระดับ 52,400 บาท รวมราคาทองปรับขึ้น 450 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้สมาคมค้าทองวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองว่า ราคาทองคํา Spot เช้าวันจันทร์ต้นเดือนดีดตัวกลับขึ้นระดับ 3,300 ดอลลาร์ เนื่องมาจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตราภาษี หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่า จีนละเมิดข้อตกลงด้านภาษี ส่วนทองในประเทศเปิดตลาดเพิ่มขึ้น
ราคาทองคำตลาดโลกเช้าวันนี้จันทร์ต้นเดือนมิถุนายนดีดตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 3,300 ดอลลาร์ สู่บริเวณแถวๆ 3,309 ดอลลาร์ เนื่องมาจากได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตราการภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ได้โพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่า จีนได้ละเมิดข้อตกลงกับสหรัฐอย่างสิ้นเชิง
ขณะเดียวกันตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ภาษีศุลกากรของสหรัฐหลังจากศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่งให้กลับมาใช้ภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากวันพุธศาลการค้าของสหรัฐมีคำสั่งให้ระงับการใช้ภาษีศุลกากรทันที โดยตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต
ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่า ทองคำกำลังปรับฐานจากระดับสูงสุด และเข้าสู่ช่วงพักตัว อีกทั้งยังมองว่าท่าทีที่แข็งกร้าวของ ปธน.ทรัมป์ ที่อาจกลับมาจะช่วยหนุนราคาทองคำในระยะต่อไป
รายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐของสหรัฐในคืนวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสถาบันไอเอสเอ็มเดือนพ.ค. ตัวเลขคาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 49.3 หลังจากเดือเม.ย. เพิ่มขึ้น 48.7
ส่วนสัปดาห์นี้สัปดาห์แรกของเดือนมิ.ย. มีไฮไลท์เศรษฐกิจสำคัญให้ติดตามเข้มข้น ประกอบด้วย ตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนเม.ย. โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง และ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP
รวมทั้งติดตามการเปิดเผย ดัชนี PMI ภาคการบริการของสถาบันไอเอสเอ็มเดือนพ.ค. การเปิดรับสมัครงานของ JOLTs เดือนเม.ย. ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานเดือนเม.ย. รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ทั้ง 12 เขต ดุลการค้าเดือนเม.ย. และ จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เป็นต้น
และนอกจากนี้ ติดตามการการแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)


