ธอส.เผยเข้าถึงลูกหนี้ได้ ทั้ง 3.3 แสนรายแล้ว ยันไม่ฟ้องไม่ขายหนี้ ช่วยคนไทยมีบ้าน เป็นของตนเอง
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลนั้น ปีที่ผานมาธอส.ประสบความสำเร็จในการช่วยลูกค้า ทำให้จากกรณีที่แย่สุดคาดว่าหนี้เสียปี 2567 จะเพิ่มเป็นมากกว่า 6% ต่อสินเชื่อ เหลือ 4.95% ส่วนปี 2568 เป้าหมาย 5.13% โดยช่วงต้นปี เป็นปกติที่หนี้เสียจะสูง
เนื่องจาก ช่วงที่เทศกาลลูกค้าที่รายจ่ายเพิ่ม อาทิวันขึ้นปีใหม่ สงกรานต์ โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงเปิดเทอม แต่ ธอส.ก็ออกมาตรการดูแลมาตลอด และเชื่อว่าครึ่งปีหลังเอ็นพีแอลจะค่อยๆลดลง ซึ่งจากการติดตาม 4-5 เดือนแรกของปี การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในอัตราน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เชื่อว่าสิ้นปีหนี้เสียจะต่ำกว่าเป้าหมาย
นายกมลภพ กล่าวว่าส่วนของการแก้หนี้ตามโครงการคุณสู้ เราช่วยนั้น มีลูกค้าธอส.เข้าสู่โครงการแล้ว 22% ของกลุ่มเป้าหมาย แม้ว่าจะดูเหมือนน้อย แต่ถ้าดูไส้ในลูกค้ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ ได้เข้าใช้โครงการแก้ไขปัญหาของธอส. แล้ว ซึ่งธอส.ก็เปิดทางให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะใช้สิทธิโครงการคุณสู้ เราช่วยหรือไม่ หรือจะใช้มาตรการของธอส.ตามเดิม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง หรือมีปัญหาเอ็นพีแอลทั้ง 3.3 แสนรายนั้น ธอส.เข้าถึงลูกหนี้แล้วทุกราย
นายกมลภพ กล่าวว่าขณะที่การจัดการหนี้เสียนั้น ธอส.มีนโยบายที่จะไม่ฟ้อง หรือยึดทรัพย์ลูกหนี้ ยกเว้นกลุ่มลูกหนี้ที่หายไปและไม่มาติดต่อกับธนาคารเลย และธอส.ก็จะจัดการบริหารหนี้เองให้ได้มากที่สุด ไม่มีนโยบายเปลี่ยนเจ้าหนี้ให้ไปเป็นภาระกับสถาบันการเงินอื่น
และไม่ให้เกิดการข่มขู่ทวงหนี้ นอกจากนี้ ธอส.เป็นสินเชื่อบ้านมีหลักทรัพย์ หลังจากแก้หนี้ได้แล้วก็จะมีทรัพย์สินรอการขาย หรือเอ็นพีเอกลับคืน ธอส.ก็จะจัดประมูลขายออกไปได้เฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท โดยปี 2567 ธอส.ขายเอ็นพีเอได้ 4.8 พันล้านบาท
“ธอส. ยังคงเดินหน้าดำเนินการตามพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน ควบคู่กับบทบาทในการเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลอดระยะเวลากว่า 71 ปี ธอส.ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครอบครัว”นายกมลภพ กล่าว

