จุลพันธ์ แจงยิบ ‘คอมเพล็กซ์’ โอกาสใหม่ศก.ไทย -ยึดโมเดลสิงคโปร์-เพิ่มจีดีพี-ย้ำคุมเข้มเข้ากาสิโน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานแถลงข่าว THAILAND ENTERTAINMENT COMPLEX มหานครแห่งประสบการณ์ระดับโลกเพื่อคนไทยทุกคน พร้อมนำเสนอรายละเอียด ENTERTAINMENT COMPLEX ว่า ไทยต้องการเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะเป็นเครื่องมือสําคัญในการต่อกรกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ geopolitics และเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น โดยนโยบายสําคัญที่รัฐบาลให้ความสําคัญมาโดยตลอด คือภาคการท่องเที่ยว ในหลายๆ ประเทศในโลกเริ่มที่จะแข่งขันกันในการสร้างสิ่งที่เรียกว่า เป็น Manage tourism destination ซึ่งเป็นการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อที่จะมาพัฒนาสร้าง content กลไกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศของตน
“ไทยวันนี้ต้องการจุดเปลี่ยนที่สําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในการสร้างแรงดึงดูดใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้เข้ามายังประเทศไทยให้มากขึ้น โดยแนวคิดเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นโมเดลสําคัญในการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในการ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า หลังจากได้หารือร่วมกับนักลงทุนต่างชาติจากสหรัฐ ต่างสนใจที่จะร่วมลงทุน ดังนั้น จำเป็นที่ไทยต้องมีกฎกติกา การควบคุมกำกับดูแลที่ชัดเจน และเข้มงวดในระดับมาตรฐานสากล เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งมีกฎระเบียบที่รัดกุม สำหรับระยะเวลา ยืนยันไม่ได้เร่งรัดกระบวนการออกกฎหมาย แต่จะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายมีความพร้อมมากที่สุด ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระ 1 ในการเปิดสมัยประชุมช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งไม่ใช่อำนาจของ ครม.เมื่อกฎหมายผ่านความเห็นชอบแล้ว จะตั้งคณะกรรมการระดับชาติตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในหลายมิติ
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของขั้นตอนการศึกษา และจัดทำรายละเอียดเพื่อออกทีโออาร์ คาดว่าจะใช้เวลาหลายปี มั่นใจว่าจะผลักดันกฎหมายได้สำเร็จใน 2 ปี แต่เนื่องจากอายุของสภามีจำกัด หากไม่สามารถผลักดันกฎหมายให้แล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ไทยเสียโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
“กระบวนการคัดเลือกเอกชนต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ราบรื่น และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อร่าง พ.ร.บ.ผ่านแล้ว จะจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในหลากหลายมิติ”นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจำกัดคนไทยที่จะเข้าใช้บริการกาสิโนในโครงการ จะต้องมีบัญชีเงินฝากไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท เป็นหลักเกณฑ์ที่ผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานแล้ว เพื่อให้เฉพาะผู้ที่มีศักยภาพทางการเงินเท่านั้นเข้าใช้บริการได้ สำหรับการยื่นประมูล จะเปิดให้ภาคเอกชนจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Consortium) และยื่นข้อเสนอประมูลเพียงรายเดียว หากดำเนินการได้ตามแผน คาดว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประเทศผู้นำด้าน Entertainment Complex ของโลก โดยอันดับ 1 สหรัฐ อันดับ 2 มาเก๊า
ด้าน นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องเดินหน้าโครงการนี้ เพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย ให้รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ถึงเวลาที่ต้องสร้างโอกาสใหม่ ด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่ม รัฐบาลกำลังวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวใหม่แบบไม่ขึ้นกับฤดูกาล
“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่แค่โซนบันเทิง แต่คือเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้ประเทศทั้งปี”นายศึกษิษฏ์กล่าวและว่า สำหรับโมเดลที่รัฐบาลได้ศึกษา 3 โมเดล ในการตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยเลือกโมเดลที่ 3 ยึดรูปแบบจากสิงคโปร์ ที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงสุด ซึ่งขับเคลื่อนจีดีพีได้ถึง 2% ต่อปี สร้างรายได้เกือบ 2 แสนล้านบาท และจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง
นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ยืนยันว่ากาสิโนในโครงการนี้ไม่ใช่การพนันออนไลน์ แต่เป็นแบบ แลนด์เบส (land-based) ที่มีการควบคุมเข้มงวดตามกฎหมาย ห้ามโฆษณา ห้ามประชาสัมพันธ์ และไม่เปิดให้ทุกคนเข้าได้

