หน้าแรก เศรษฐกิจ อดีตผู้ว่าททท...

อดีตผู้ว่าททท. ชี้ท่องเที่ยวไทยใกล้เป็นอุตฯกบต้ม  หวั่นถึงจุดเดือดเกินควบคุม แนะเร่งดึงนทท.จีน-ตลาดระยะใกล้ด่วน

5.06.25 | 17:52 น.

อดีตผู้ว่าททท. ชี้ท่องเที่ยวไทยใกล้เป็นอุตฯกบต้ม  หวั่นถึงจุดเดือดเกินควบคุม แนะเร่งดึงนทท.จีน-ตลาดระยะใกล้ด่วน อึ้ง 5 เดือนวูบ 2.7%

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเมินภาคการท่องเที่ยวไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สะท้อนจากสถิติช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 14,362,694 คน ลดลง 2.7% เมื่อเทียบระยะเวลาเดียวกันของปที่ 2567 จึงถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง และอาจสิ้นยุคทอง แต่เชื่อว่าการท่องเที่ยวไทยจะสามารถก้าวสู่ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่อะเมซิ่งยิ่งกว่าเดิม ผ่านแนวคิด Better Target ,Better Quality, Better Future เพื่อสร้างการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ให้เติบโตบนพื้นฐานของสมดุล คุณภาพ ยั่งยืน เพื่อให้การท่องเที่ยวสามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และพัฒนาเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการพ้นจากสภาวะ อุตสาหกรรมกบต้ม ทำให้การท่องเที่ยวไทยแข่งขันได้และยังยืนต่อไป

“อุตสาหกรรมกบต้ม คือ กบในน้ำเดือด ที่หากวางกบลงในหม้อน้ำที่ตั้งไว้บนเตาตั้งแต่ยังเย็นอยู่ จะมีความสุขแม้อุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเป็นนสัตว์เลือดเย็น ทำให้สามารถปรับอุณหภูมิในร่างกายให้สอดคล้องกับข้างนอกได้ จึงไม่ตระหนักถึงอันตราย กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป เพราะน้ำเดือดแล้ว เปรียบเหมือนการท่องเที่ยวไทย โดยมีสาเหตุจากปัญหาภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานาน อาทิ นักท่องเที่ยวจีนกังวลการเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 28% ในปี 2565 เป็น 51% ในปี 2566 ตอกย้ำด้วยภาพลักษณ์เชิงลบผ่านภาพยนตร์อย่าง No More Bets รวมถึงการจับคนรวยเรียกค่าไถ่ การที่ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของอาชญากร อีกทั้งฐานซ่องสุมสิ่งผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ในชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อโซเซียลที่มุ่งโจมตีภาพลักษณ์ ของการท่องเที่ยวไทยด้านความไม่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประไทย” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องอย่าปล่อยให้การท่องเที่ยวไทยเป็นกบต้ม เพราะกรณีเลวร้ายที่สุดของสภาวะอุตสาหกรรมกบต้ม คือการยอมรับความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยเฉพาะพัฒนาการของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง และขีดความสามารถในการแข่งขันที่เสื่อมถอยลงของการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน สิ่งที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน พยายามให้หนัก คือ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรักษาความสำคัญของการท่องเที่ยวในฐานะกลไกขับเคลื่อนประเทศอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เชื่อมั่นว่า การท่องเที่ยวไทยยังมีพื้นฐานที่ดี มีศักยภาพที่จะกลับมา แต่ต้องด้วยนโยบายที่ดี พร้อมปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการท่องเที่ยวโลกที่เปลี่ยนแปลงไปและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด การท่องเที่ยวไทยยังมีโอกาสกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งและโลดแล่นในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาโดยเร็วจากพัฒนาการของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง และมุ่งสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยุคใหม่รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมดุล มีคุณภาพ บนพื้นฐานของความยั่งยืน โดย Better Target เร่งนำนักท่องเที่ยวจีนกลับมา พร้อมกับเฟ้นหานักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สามารถชดเชยการขาดหายไปของนักท่องเที่ยวจีนในมิติของการสร้างรายได้เชิงคุณภาพทั้งกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือเอฟไอที และกรุ๊ปทัวร์ โดยเฉพาะจากตลาดประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นในพื้นที่ตลาดระยะไกล้ ในฐานะตลาดที่เลือกเดินทางในช่วงหยุดยาวและวันหยุดสุดสัปดาห์

Advertisement

โดยมุ่งทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายคุณภาพที่เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน ในลักษณะทำน้อยได้มาก อาทิ กลุ่มรายได้สูง กลุ่มใช้จ่ายสูง กลุ่มความสนใจพิเศษ และกลุ่มที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมกับสร้างสมดุลในเชิงพื้นที่ (เมืองหลัก-เมืองรอง) และเวลา ให้ทุกเมืองเป็นเมืองต้องห้ามพลาด เที่ยวไทยได้ทุกที่ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างเข้มข้น จริงจัง เพื่อให้ “ไทยเที่ยวไทย” เป็นแหล่งรายได้หลักและมั่นคง ทัดเทียมกับต่างชาติเที่ยวไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพารายได้จากตลาดต่างประเทศเมื่อเกิดผลกระทบทางลบจากปัจจัยภายนอก