‘พิชัย’ ตีกลับกว่าหมื่นโครงการกระตุ้น ศก.เหตุไม่ตรงปก
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเอ็กซ์ ให้ข้อมูลความคืบหน้าเรื่องการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าสหรัฐเตรียมที่จะนัดวันเพื่อเริ่มการเจรจาการค้ากับไทย
โดยนายมาริษโพสต์ว่า เมื่อคืนนี้ ได้รับรายงานล่าสุดจากเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ว่าฝ่ายสหรัฐยินดีสนับสนุนสถานทูตในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐ เพื่อนัดหมายวันเริ่มการเจรจาทางการค้า โดยผมได้สั่งการให้สถานทูตหารือกับหน่วยงานสหรัฐ เพื่อนัดหมายการเจรจาระหว่างนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในการเจรจากับฝ่ายสหรัฐ ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
นายมาริษปิดท้ายว่า โดยพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-สหรัฐ และความเป็นพันธมิตรที่มีมายาวนาน เชื่อมั่นว่าการเจรจาจะดำเนินไปด้วยความสำเร็จ
ที่กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2568 มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ประชุมไม่ได้อนุมัติโครงการที่เสนอมากว่า 1 หมื่นโครงการ มูลค่ารวมกว่า 4 แสนล้านบาท โดยนายพิชัยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกลับไปทบทวน และส่งกลับมาให้เร็วที่สุด โดยมีสำนักงบประมาณกลั่นกรองก่อนขั้นต้น ก่อนส่งให้คณะอนุกรรมการกระตุ้นพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ในเร็วนี้ๆ
“โครงการที่เสนอเข้ามาในครั้งนี้ มีมากกว่าวงเงินที่มี 1.57 แสนล้านบาท และมีบางโครงการอาจไม่ตรงวัตถุประสงค์ อาทิ อบรม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ 4 เป้าหมาย ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำ คมนาคม 2.การพัฒนาภาคการท่องเที่ยว 3.ลดผลกระทบภาคการส่งออก 4.เศรษฐกิจชุมชน ทั้งนี้ ให้เวลาเสาร์ และอาทิตย์นี้ ไปทบทวนมา และส่งกลับมาที่คณะอนุให้เร็วที่สุด” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้รัฐบาลเลื่อนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 และปรับเปลี่ยนวิธีการที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนมาแล้ว จะต้องเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเราเปลี่ยนจากเติมเม็ดเงินถึงมือประชาชนโดยตรง เป็นการลงทุน และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ฉะนั้น โครงการจะต้องเร็ว โดน และได้ผล
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านยังไม่เห็นด้วยกับโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ยืนยันว่าได้ทำความเข้าใจกับฝ่ายค้านแล้ว ทุกเรื่องมีคำตอบให้ ทั้งเรื่องกาสิโนไม่มีได้หรือไม่ ขอย้ำว่าส่วนนี้เป็นโมเดลธุรกิจ ส่วนเรื่องการป้องกันคนติดการพนัน การป้องกันการฟอกเงิน จะต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อดูเรื่องนี้ ส่วนนักลงทุนที่จะเข้ามาหารือ เหลืออีก 2 ราย ซึ่งจะนัดหารือกันเร็วๆ นี้

