หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหาฯ หนุนป...

อสังหาฯ หนุนปรับครม. พลิกฟื้นเศรษฐกิจ จี้ใช้งบกระตุ้น 1.57 แสนล้าน เน้นจ้างงาน ท่องเที่ยว

7.06.25 | 08:15 น.

อสังหาฯ หนุนปรับครม. พลิกฟื้นเศรษฐกิจ จี้ใช้งบกระตุ้น 1.57 แสนล้าน เน้นจ้างงาน ท่องเที่ยว

วันที่ 7 มิถุนายน นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักด์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การจัดสรรโครงการสำหรับใช้เงินงบประมาณในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1.57 แสนล้านบาท หลังจากที่มีหลายกระทรวงเสนอโครงการเป็นจำนวนมากและเกินจากกรอบวงเงินนั้น ขอให้รัฐบาลมีการพิจารณาโครงการและใช้เงินอย่างรอบคอบให้ตกถึงมือประชาชน เช่น โครงการก่อสร้างที่ดำเนินการได้ในทันทีและเสร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อทำให้เกิดการจ้างงาน ไม่ว่าการซ่อมสร้างถนนหรือการพัฒนาแหล่งน้ำ ถือว่าเป็นโครงการที่ดี

นายอธิปกล่าวว่า นอกจากนี้ขอให้จัดสรรเงินงบประมาณสำหรับรับมือผลกระทบการเก็บภาษีของทรัมป์ต่อภาคการส่งออกที่จะครบกำหนดการยืดเวลา 90 วันในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ที่จะมีความชัดเจนออกมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกทั้งโดยตรงหรือทางอ้อม เช่น ลดภาษีที่ประเทศไทยเก็บ รวมถึงช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากเอสเอ็มอีถือเป็นซัพพลายเชนของการส่งออก เมื่อส่งออกไม่ดี ธุรกิจเอสเอ็มอีและการบริโภคภายในประเทศจะไม่ดีตามไปด้วย เช่น ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้

“สิ่งสำคัญคือ การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการลดหรือยกเว้นภาษีให้กับผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายลดลง ทั้งยังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น รวมถึงปัดฝุ่นโครงการต่างๆที่เคยใช้ได้ผล เช่น เที่ยวคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน และต้องทำเลยทันที อย่าคิดนานจนไม่ทันการณ์และสายเกินไป”นายอธิปกล่าว

นายอธิปยังกล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า เห็นด้วยที่จะมีการปรับ แต่ก็ไม่อยากให้มุ่งจัดสรรโควต้าของแต่ละกระทรวงมากจนเกินไป และด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ต้องเลือกคนที่เหมาะสมและมีองค์ความรู้มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพใหญ่ ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนมากกว่าเรื่องการเมือง

Advertisement

ส่วนการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คนใหม่นั้น มองว่าผู้สมัครทั้ง 7 คนถือว่าดีหมด แต่มี 3 คนที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่ง เนื่องจากมีความรู้เศรษฐกิจและทำงานเป็นมืออาชีพ