หน้าแรก เศรษฐกิจ หลักชัย‘ณัฐสิ...

หลักชัย‘ณัฐสิทธิ์ ธีรกุลวาณิช’ อดทนรอ‘จังหวะที่ลงตัว’สร้างองค์กร500ล้าน

8.06.25 | 10:07 น.
ณัฐสิทธิ์ ธีรกุลวาณิช
ณัฐสิทธิ์ ธีรกุลวาณิช

กล่าวถึงคำว่า “รีไซเคิล และรีเจน” จากวันนี้จะไม่ใช่แค่คำแฟชั่นที่เจ้าของธุรกิจใช้หลอกล่อผู้ผลิตที่เป็นห่วงโซ่ทางธุรกิจและผู้บริโภค “เลือกใช้เลือกซื้อ” เท่านั้น แต่กลายเป็นเครื่องมือหลักต่อการทำธุรกิจและแย่งชิงฐานลูกค้าในอนาคต

วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของสโลแกน “ไร้มลพิษ ไร้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องไร้ท์ โซลูชั่น”

ณัฐสิทธิ์ ธีรกุลวาณิช (นัท) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไร้ท์ รีแอคติเวชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารวัย 51 ปี

“ผมจบวิศกรรมศาสตร์สิ่งทอ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เริ่มงานแรกเป็นเซลส์ในบริษัทเกี่ยวกับด้านปิโตรเคมี ทำอยู่ 2-3 ปี ก็มองเห็นโอกาสของช่องว่าง ซึ่งย้อนไปเมื่อกว่า 20 ปีก่อน สภาพโดยทั่วไปยังไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมมากเท่าวันนี้ แต่สำหรับผมเชื่อว่าในอนาคตปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องมาแน่ ทั้งปัญหาก่อกลิ่น ก่อฝุ่น ก่อน้ำเสีย โดยตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีของคนไทยกับด้านกำจัดของเสีย หรือดักกลิ่น อีกทั้งวัตถุดิบ อุปกรณ์และระบบการจัดการต้องพึ่งพาต่างประเทศ สมัยก่อนถ่านหินแพงมาก ต้องนำเข้าและใช้แล้วต้องทำลายโดยฝังกลบ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเห็นว่าควรนำกลับมาใช้ได้ใหม่และบริหารจัดการได้ภายในประเทศ เพื่อช่วยลดการนำเข้า ลดต้นทุนและค่าขนส่งที่ต้องส่งไปให้โรงงานในต่างประเทศแล้วส่งกลับมาไทย ลดการสูญเสียของธรรมชาติ โดยเริ่มจากระบบดับกลิ่นผ่านถ่านหิน ถ่านกะลามะพร้าว ถ่านไม้ และคิดออกแบบการเผาให้กลับมาใช้ได้อีก”

Advertisement

บริษัท ไร้ท์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ “RSP” จัดตั้งปี 2544 ประกอบธุรกิจผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย นำเข้า และให้บริการผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ระบบบำบัดน้ำและปิโตรเคมี การจัดการของเสียอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์วิศวกรรมระบบเครื่องเย็น ทั้งแบบแช่เย็นและแช่เยือกแข็ง ผลิตภัณฑ์วิศวกรรมระบบสายพานลำเลียงท่อหล่อเย็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องจักร และอุปกรณ์สเตนเลสในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งงานวิศวกรรมระบบทำความสะอาดท่อ ถัง กระบวนการผลิตต่างๆ จากนั้นในปี 2555 หรือ 11 ปีจากที่ก่อตั้งก็เข้าจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัท “มหาชน”

RSP มีผลงานและสร้างชื่อในวงการอุตสาหกรรมไทย อาทิ นำรถแท็งก์ระบบปิดสำหรับขนส่ง Activated Carbon ซึ่งเป็นคันแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแท็งก์และได้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (วอ.8) อย่างถูกกฎหมาย โดยถูกออกแบบเพื่อรองรับการขนส่ง Activated Carbon หรือถ่านกัมมันต์ เน้นขนส่งปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสูง สนับสนุนกระบวนการรีไซเคิล และฟื้นฟูกากอุตสาหกรรมให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า หรือการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดทั้งการสูญเสียทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งบริการที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมประกาศเป็น “องค์กรนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม”

สำหรับบริษัท ไร้ท์ รีแอคติเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นโรงงานฟื้นฟูสภาพถ่านกัมมันต์ที่ใช้แล้วกลับมาแปรรูปเพื่อใช้ใหม่ (Recycling) วัสดุดูดซับใช้แล้ว (Spent Adsorbent) และตัวเร่งปฏิกิริยาใช้แล้ว (Spent Catalyst) เป็นโรงงานสกัดแยกโลหะมีค่าจากตัวเร่งปฏิกิริยาใช้แล้ว (Precious Metal Recovery) ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโดยคนไทย เพื่อคนไทย

คุณนัทเล่าว่า ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้จะเปิดตัวบิ๊กโปรเจ็กต์ “เทคโนโลยีสกัดโลหะมีค่าจากตัวเร่งปฏิกิริยาใช้แล้ว จากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี” ซึ่งบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์และความยั่งยืนระดับโลกให้การสนับสนุน SME ไทยอย่างเรา โดยจะร่วมกันเปิดตัวและประกาศพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยที่สามารถสกัดโลหะมีค่าจากกากอุตสาหกรรมสำเร็จครั้งแรกในไทย

“นวัตกรรมนี้สามารถสกัดโลหะมีค่า เช่น พาลาเดียม (Pd) แพลทินัม (Pt) โรเดียม (Rh) และเงิน (Silver) เป็นต้น จากกากของเสียอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นครั้งแรกของประเทศที่สามารถทำได้จริง โดยปกติแล้วตัวเร่งปฏิกิริยาใช้แล้วจากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีได้ อาทิ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้แล้ว (spent catalysts) และสารดูดซับที่หมดอายุ (Activated Alumina, Activated Carbon, Molecular Sieves) มักถูกจัดเป็นของเสียอันตรายที่ไม่สามารถกำจัดในประเทศได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องส่งออกไปจัดการยังต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนสูง และกระบวนการส่งออกที่ยุ่งยากและซับซ้อน อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณขยะอุตสาหกรรมและเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ”

คุณนัทย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยปลดล็อกทางออกใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไทย โดยคิดค้น พัฒนาเทคโนโลยีฟื้นฟูและสกัดโลหะมีค่าโดยใช้ทรัพยากรในประเทศเป็นครั้งแรกด้วยความสามารถของคนไทย 100% สามารถกู้คืนโลหะมีค่าและเกิดการใช้ซ้ำโดยการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทและโรงงานในประเทศไทยสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ โดยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปริมาณขยะจากภาคอุตสาหกรรม ลดการนำเข้าสินค้าและการขนส่งจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลของดุลการค้าให้ดีขึ้น ขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม และสะท้อนถึงพลังของเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศ

ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่ผ่านมา เกิดหลากหลายเหตุการณ์ล้วนกระทบต่อคนทำธุรกิจ ทั้งภัยธรรมชาติ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สงครามการค้าเกิดผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงกำลังใช้จ่ายที่หดตัวอย่างรวดเร็วในวันนี้ แต่คนทำธุรกิจยังต้องยืนหยัดให้ได้

ดังนั้น ทุกธุรกิจต้องผ่านเรื่องร้อนเรื่องหนาวมามากมาย คุณนัทก็เช่นกัน “โลกธุรกิจวันนี้โหดร้าย ทั้งคนชอบแข่งขันกันเองมากกว่าจะร่วมมือกัน ธุรกิจหน้าใหม่ไม่แกร่งพอ ไม่ต้องใช้จริง ไม่ค่อยเกิด ผมใช้เวลาถึง 10 ปี จากทำให้คู่แข่งกลายเป็นพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทย ดีกว่าจะร่วมมือกับนอกประเทศ หรือเปิดโอกาสให้ทุนนอกเข้ามาแย่งชิงธุรกิจคนไทย ตอนนี้มีการแข่งมาก ทั้งดัมพ์ราคา ต้นทุนต่ำ ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าทั้งวัตถุดิบและแรงงานระดับสูง วันนี้ไทยในอุตสาหกรรมนี้เจอปัญหาหลายเรื่อง 1.ชอบเป็นผู้บริโภคมากกว่าพัฒนานวัตกรรมเอง 2.ไม่เชื่อมั่นศักยภาพคนไทยด้วยกัน 3.ช้อปซื้อของง่ายๆ 4.ค่าขนส่งแพง ซึ่งอุตสาหกรรมปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ เชิงการค้ามูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้านบาท แต่อุตสาหกรรมช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในทุกแง่มุม คิดเป็นมูลค่าเกินแสนล้านบาทต่อปี ไม่แปลกที่ทุนนอกจะเข้ามาแย่งชิง ที่ทำให้เราต้องพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา

“คติของผมตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจเน้นให้ความจริงใจ จด จำ ทำ แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ทุ่มเทกับการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ผมใช้เวลาเกือบ 30 ปี กับการแสวงหานวัตกรรมที่เป็นของเราเอง ทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเราก็พัฒนาได้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมรีไซเคิล และรีเจน ที่จะใช้กันวันนี้ หากเมื่อ 20 ปีก่อนถือว่าไม่ใช่เวลา เพราะการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมยังน้อย แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งแง่ลงทุน ความร่วมมือ หรือการบริโภค ให้ความสำคัญ ธุรกิจของผมวันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องของจังหวะของผม คำว่านวัตกรรมนั้นเป็นของเราได้ ยกตัวอย่างหมูทอด จะทำอย่างไรให้นำน้ำมันทอดกลับมาใช้ได้อย่างปลอดภัย หมูกรอบทำอย่างไรให้กรอบนาน หรือทอดหมูอย่างไรไม่อมน้ำมัน ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องคิดค้นและใช้เวลาทั้งนั้น ทำธุรกิจอื่นๆ ก็เหมือนกัน”

คุณนัทกล่าวอย่างภูมิใจที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ เกิดจาก “อดทน อดทน และอดทน…” เรื่องนี้ได้พูดกับทีมทำงานผมด้วย ผิดก็แก้ ทำซ้ำๆ จนได้ เราจริงใจ สร้างการพูดคุยก็จะเกิดความคุ้นเคย คนไทยต้องร่วมมือกัน ปีแรกๆ รายได้น้อยมาก หลักสิบ แต่ด้วยการสะสมประสบการณ์และหาช่องว่างให้เจอ วันนี้ 2 บริษัทสร้างรายได้รวมกันเกิน 500 ล้านบาท จากธุรกิจขนาด S M E กลายเป็นธุรกิจขนาด L ปลาย ทั้งหมดนี้เพราะต้องพึ่งพาตนเอง และแสวงหาความร่วมมือ

ประธาน RSP ทิ้งท้ายว่า การทำธุรกิจของคนไทยจะดีกว่านี้อีกหากภาครัฐเข้ามาดูแลและให้โอกาส โดยเฉพาะการลดอุปสรรคเรื่องกฎระเบียบ ทั้งด้านการอนุมัติ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสนับสนุนลดภาระต้นทุนการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี คนไทยควรเปลี่ยนแนวคิดหันมาช่วยกันเอง ต้องเชื่อมั่นกันเอง ไม่ชิงดีชิงเด่น แต่ใช้การร่วมมือกัน ดึงคนถนัดงานเฉพาะด้านมาเชื่อมโยงกัน กฎระเบียบหลายด้านของไทยกลายเป็นอุปสรรคกับคนทำธุรกิจคนไทยเอง แต่เปิดช่องให้ทุนต่างชาติเข้ามาได้ง่าย บางโรงงานไม่มีอะไรเลยแต่สามารถเปิดกิจการแข่งกันกับคนไทยได้ ธุรกิจค่อนข้างพอใจกับหน่วยงานดูแลด้านโรงงานและสิ่งแวดล้อม เร่งเครื่องป้องปราม เรื่องทุนนอกตีหัวธุรกิจไทย ทิ้งไว้นานไทยจะถูกกลืนกินในที่สุด

อีกเสียงสะท้อนถึงแก่นแท้ของอุปสรรคต่อธุรกิจคนไทย ที่รัฐบาลไม่ควรมองผ่าน!!