เปิด 4 ทำเลยอดนิยม ‘ต่างชาติ’ แห่ซื้อคอนโดฯ เพื่ออยู่อาศัย ‘จีน-พม่า’ยังมาแรง
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) เปิดเผยว่า สถานการณ์ต่างชาติซื้อห้องชุดในประเทศไทยมีการโอนกรรมสิทธิ์น้อยลง แต่มีมูลค่าการซื้อเพิ่มขึ้น ทั้งนี้พบว่าทำเลที่ต่างชาติซื้อมากที่สุด อันดับที่ 1 ทำเลใจกลางเมือง รวมสีลม สาทร บางรัก พหลโยธินช่วงต้น วัฒนา คลองเตย เป็นต้น โดยมีชาวต่างชาติซื้อมากถึง 2,159 หน่วย จากทั้งหมด 8,216 หน่วย รวมมูลค่า 25,140 ล้านบาท จากมูลค่าที่มีผู้ซื้อรวม 80,221 ล้านบาท หรือ 31.3% โดยผู้ซื้อมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งประเทศตะวันตกและประเทศในเอเชีย
อันดับที่ 2 ทำเลรัชดา-ลาดพร้าว ต่างชาติซื้อ 1,974 หน่วย จาก 2,907 หน่วยที่มีผู้ซื้อไป กรณีนี้หมายความว่าชาวต่างชาติซื้อห้องชุดในทำเลนี้ถึง 67.9% ของห้องชุดที่ขายได้ทั้งหมด ในแง่ของมูลค่าชาวต่างชาติซื้อไปถึง 8,452 ล้านบาท จาก 11,523 ล้านบาท หรือ 73.3% ของทั้งหมด และกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาซื้อในพื้นที่นี้ก็เป็นคนจีน และเมียนมา
อันดับที่ 3 ทำเลอ่อนนุช-สุวรรณภูมิ โดยชาวต่างชาติซื้อไป 536 หน่วยจากทั้งหมด 1,847 หน่วย หรือ 29% ของทั้งหมด มูลค่ารวมที่ชาวต่างชาติซื้อเป็นเงิน 2,445 ล้านบาท จากทั้งหมด 4,890 หน่วย หรือ 50% ทำเลนี้ก็มีคนจีนมาซื้อมากเป็นพิเศษเช่นกัน
และอันดับที่ 4 ทำเลบางนา-เทพารักษ์ ต่างชาติซื้อ 486 หน่วย หรือ 13.4% ของทั้งหมด รวมมูลค่า 1,620 ล้านบาท หรือ 15.2% ของทั้งหมด โดยในทำเลนี้ กลุ่มผู้ซื้อยังเป็นคนจีนและชาวเมียนมา
นายโสภณกล่าวว่า สำหรับการซื้อขายห้องชุดต่างชาติในปี 2562 พบว่ามีต่างชาติซื้อห้องชุดมือหนึ่ง 6,557 หน่วย แต่เมื่อเกิดโควิดปี 2563 ปรากฏว่าต่างชาติซื้อลดลงเหลือเพียง 1,017 หน่วย ปี 2564 สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จำนวนห้องชุดที่ชาวต่างชาติซื้อ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,243 หน่วย แต่ปี 2565 สถานการณ์ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ต่างชาติซื้อห้องชุดถึง 4,203 หน่วย และปี 2566 เพิ่มเป็น 5,036 หน่วย และปี 2567 มีจำนวน 5,748 หน่วย
“แม้จำนวนห้องชุดที่ซื้อโดยชาวต่างชาติในปี 2567 ยังน้อยกว่าจำนวนห้องชุดที่ซื้อโดยชาวต่างชาติในปี 2562 แต่สัดส่วนของห้องชุดที่ซื้อโดยชาวต่างชาติกลับเพิ่มขึ้น โดยปี 2562 ต่างชาติซื้อ 12% ของจำนวนห้องชุดที่ขายได้ทั้งหมด ขณะที่ปี 2567 ซื้อถึง 18% ที่ต่างชาติซื้อเพิ่มขึ้น เพราะคนไทยเองซื้อน้อยลง จะเห็นได้ว่าปี 2565 มีซื้อขายห้องชุด 51,093 หน่วย แต่ลดลงเล็กน้อยเป็น 49,250 หน่วย และปี 2567 ห้องชุดขายได้เพียง 31,897 หน่วย” นายโสภณกล่าว
นายโสภณกล่าวว่า เมื่อพิจารณาในแง่ของมูลค่าห้องชุดที่ขายได้ พบว่ามูลค่าที่ขายได้ปี 2562 สูงถึง 209,254 ล้านบาท และลดลงอย่างมากปี 2563 และ 2564 ในปี 2565 ค่อยๆ ฟื้นตัวและชะลอตัวในปี 2566 โดยเฉพาะปี 2567 มูลค่าห้องชุดที่ขายได้ลดลงเหลือเพียง 146,784 ล้านบาท หรือต่ำกว่าปี 2562 ถึง 30% สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะห้องชุดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลตกต่ำลงเป็นอย่างมากในขณะนี้ อย่างไรก็ตามปรากฏว่ามูลค่าของห้องชุดที่ซื้อโดยชาวต่างชาติกลับเพิ่มขึ้น โดยปี 2562 ต่างชาติซื้อในมูลค่ารวมกัน 30,516 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2567 ซื้อในมูลค่าถึง 39,640 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% แสดงว่าต่างชาติแห่กันมาซื้อห้องชุดในไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนนั่นเอง

