ได้ฤกษ์ ‘เที่ยวคนละครึ่ง’ เข้า ครม. 10 มิ.ย. ‘สรวงศ์’ ชงหนุนเช่าเหมาลำจากจีนมาไทย
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตามแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่กระทรวงวางไว้ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ จะนำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาอนุมัติ รวมวงเงิน 3,310 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 1,760 ล้านบาท 2.โครงการทำการตลาดท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในการเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยว 750 ล้านบาท และ 3.โครงการกระตุ้นตลาดต่างประเทศโดยสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนและตลาดอื่นๆ บินเข้าไทย 800 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถนำเข้าได้ตามแผน เพราะจากข้อมูลขณะนี้ตามกระบวนการไม่ติดอะไรแล้ว คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ติดอะไร จึงคาดว่าจะสามารถนำโครงการเข้าครม.ครั้งหน้า และออกมาตามไทม์ไลน์ที่กำหนดในเดือนกรกฎาคมนี้ได้
“โครงการที่เสนอขอใช้งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท แต่มีการเสนอของบมารวมกันกว่า 4 แสนล้านบาท ทำให้ต้องกลับมาทบทวนใหม่ กระทรวงได้นำโครงการที่เตรียมนำเสนอมาทบทวนเบื้องต้นเช่นกัน แต่ไม่ได้เยอะมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอุทยาน หรือวัดวาอารามต่างๆ ที่อาจยังไม่ครอบคลุม มีบางจังหวัดที่มองว่าควรเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในบางแห่งเข้ามาเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวระหว่างกันได้ ซึ่งดำเนินการทบทวนทำรายละเอียดใหม่เพิ่มแล้ว” นายสรวงศ์กล่าว
นายสรวงศ์กล่าวว่า สำหรับความกังวลผลกระทบความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา หากมีการปิดด่านชายแดน ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบกับการท่องเที่ยวชายแดนแน่นอน แต่รัฐบาลมีนโยบายพยายามทำให้มีความสันติมากที่สุด ในระดับผู้นำมีการคุยกันอยู่ ส่วนการท่องเที่ยวต้องดูความเหมาะสม เพราะยอมรับว่ามีผลกระทบกับการเดินทางในพื้นที่ที่เกิดเหตุ ทั้งคนไทยและต่างชาติเช่นกัน ขณะนี้เป็นช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ทำให้บรรยากาศตอนนี้ต้องกระตุ้นเพิ่มเติม เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนที่ต้องการท่องเที่ยวคิดหนักมากกว่าเดิม กระทรวงจึงพยายามทำโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งออกมา เพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางมากขึ้น
ความคืบหน้าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ปี 2568 นี้ มีการปรับลดในส่วนของจำนวนสิทธิสูงสุดต่อคน จากเดิมที่ตั้งไว้ 10 ห้องหรือคืนต่อสิทธิ ลดลงเหลือ 5 ห้องหรือคืนต่อสิทธิ ส่วนการสมทบจากรัฐบาลแบ่งเป็นเมืองหลักรัฐบาลสมทบให้ 40% ประชาชนจ่ายเอง 60% แต่เมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว รัฐบาลจะสมทบให้ที่ 50% ประชาชนจ่ายเอง 50% แบ่งเป็นการใช้เที่ยวเมืองหลัก และเมืองรองสลับกัน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกไปเที่ยวเมืองรองมากขึ้น โดยระยะเวลาดำเนินโครงการได้เลื่อนออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2568 และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะถูกจำกัดสิทธิ ใช้ได้สูงสุดไม่ถึง 5 สิทธิต่อ 1 คน และคงกำหนดสัดส่วนการใช้สิทธิในเมืองหลักและเมืองรองที่ 50:50 ซึ่งต้องรอสรุปรายละเอียดก่อนประกาศชัดเจนอีกครั้ง

