สุริยะ เร่งเบิกงบลงทุนปี 68 9.3 หมื่นล้าน เดินหน้าไฮสปีดไทย-จีน ต่อเนื่อง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามผลโครงการสำคัญ ครั้งที่ 2/2568 ว่าได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ให้เป็นไปตามเป้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสในทุกขั้นตอน
นายสุริยะกล่าวว่า สำหรับการเบิกจ่ายด้านการลงทุน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 93,000.54 ล้านบาท หรือ 43.82% และสำหรับการลงนามในสัญญารายการผูกพันใหม่ 326 รายการ วงเงิน 24,184.65 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 ลงนามในสัญญาแล้ว 67 สัญญา วงเงิน 1,311.37 ล้านบาท ภายหลังการปรับแผนในเดือนมิถุนายน 2568 จะลงนามในสัญญาได้ 79.45% และจะลงนามได้ 100% ภายในเดือนสิงหาคม 2568 ทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้นเพื่อใช้สำหรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งได้กำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการทุกโครงการอย่างเคร่งครัด และต้องมีความโปร่งใสทุกกระบวนการ
นายสุริยะกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดย ณ วันที่ 25 เมษายน 2568 งานโยธา มีผลงานสะสม 43.79% ขณะที่งานระบบราง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร มีความคืบหน้า 0.95% ส่วน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารประกวดราคา ซึ่งได้รับรายงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะแบ่งสัญญาประมูลออกเป็น 8 สัญญา คือ งานโยธา 7 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา //รฟท. เดินหน้า 2 สัญญาค้าง ไฮสปีดไทย-จีน ระยะ 1
ด้าน นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ว่ายังเดินหน้าตามแผนต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยังมีสัญญาที่ยังไม่ได้ลงนามจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1.สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดโดยสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อความรอบคอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ซึ่งพื้นที่ก่อสร้างในสัญญานี้เป็นโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไขร่างสัญญา 2.สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ซึ่งติดปัญหาเรื่องการก่อสร้างสถานีอยุธยา เนื่องจากอยู่ในเขตแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) แม้ที่ผ่านมาเกิดความกังวลว่าโครงการอาจกระทบต่อโบราณสถาน แต่ยูเนสโกได้ยืนยันแล้วว่าการก่อสร้างจะไม่กระทบต่อพื้นที่มรดกโลกแต่อย่างใด จึงสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผน โดยขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างหารือกับกรมศิลปากรเพื่อปรับแบบสถานีให้เหมาะสม จากนั้นจะจัดทำร่างสัญญาเสนอให้เอกชนผู้ชนะการประมูลพิจารณาต่อไป


