ภาคบริการหนึ่งที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ คือ กลุ่มธุรกิจจัดการประชุมนานาชาติและเกี่ยวข้อง ล่าสุด สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ Thailand Incentive and Convention Association (TICA) จัดเลือกตั้งและลงมติให้ นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม TICA วาระปี 2568-2569
สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับภาคเอกชน คือ บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการจัดการประชุม และนิทรรศการ หน้าที่หลักของสมาคม คือ ส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมระดับนานาชาติ ปัจจุบันสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.ตั้งแต่การก่อตั้งของ สสปน.ในปี 2547 ในฐานะหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมนี้โดยตรง
ปัจจุบันมีสมาชิก 520 ราย โดยภาคเอกชน ประกอบด้วยโรงแรมและรีสอร์ต บริษัทจัดการเดินทางและท่องเที่ยว (DMC) และผู้ประกอบการนำเที่ยว บริษัทรับจัดงานประชุมและนิทรรศการ บริษัทจัดการงานอีเวนต์ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านิทรรศการ สถานที่ท่องเที่ยว บริษัทโฆษณา มหาวิทยาลัย ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า ผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรม MICE
โดยนายกสมาคม TICA คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์สู่อนาคต ย้ำพัฒนาบุคลากร นวัตกรรม ความร่วมมือและการมีส่วนร่วม และความคล่องตัว
พร้อมกันนี้ นางสาวประชุมจัดพูดคุยถึงเป้าหมายในการบริหารงาน โดยระบุมุ่งเน้น 4 เสาหลักของสมาคม จากคำว่า T I C A ประกอบด้วย
T-Talent Development คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ ซึ่งสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมไมซ์ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของมนุษย์เป็นหลัก ดังนั้นการเสริมทักษะ และการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูงสุด จึงมีบทบาทสำคัญแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อช่วยยกระดับการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก สมาคมคงมุ่งเน้น และดำเนินการจัดอบรม รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีภาวะความเป็นผู้นำ โดยสมาคมร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ และสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพในอุตสาหกรรมไมซ์ต่อไป
I-Innovation คือ นวัตกรรม จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ขณะที่โลกมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และการก้าวไปพร้อมๆ กับ AI จนทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งหนึ่งที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยคือการบริการแบบไทยๆ ที่ยังคงไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ดังนั้นเราต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ใช่เพียงเพื่อให้ทันโลกแต่ยังคงเป็นผู้นำด้านบริการ และการสร้างโปรแกรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยสร้างแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำที่ดีและไม่มีวันลืม
C-Collaboration & Contribution คือ ความร่วมมือและการมีส่วนร่วม ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญชำนาญการ ที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้มีชื่อเสียงในเวทีโลกในฐานะประเทศที่รองรับการจัดงานประชุมระดับชั้นนำ มากไปกว่านั้นความยั่งยืนที่ไม่ใช่ทางเลือกของผู้จัดงานอีกต่อไป แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องผนวกรวมเข้าไปกับจัดงาน และการให้บริการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มลูกค้า และความร่วมมือ ร่วมใจ ในความมุ่งมั่นร่วมกัน ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ยังถือเป็นการสร้างมรดกที่ยั่งยืนให้กับชุมชน และประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของชาติ ให้เกิดความสำเร็จในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไมซ์
A-Agility คือ การปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งยกระดับความสามารถในการปรับตัว การยืดหยุ่น และการเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ ซึ่งถือว่ากลายเป็นเรื่องปกติ ที่ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมจะต้องรับมือ และมีการเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่จะเกิดในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถตอบสนองโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
สำหรับสถานการณ์การประชุมนานาชาติในไทย วันนี้เจอ 3 ผลกระทบ จากการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทยเมื่อ 28 มีนาคมปีนี้ สหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยลดฮวบ กระทบจำนวนต่างประเทศเข้ามาจัดประชุมในไทยลดลง ทั้งย่นเวลาพำนักในไทย และลดการใช้จ่ายกินช้อปเที่ยว ทำให้สมาคมปรับคาดการณ์เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว MICE ต่างประเทศ (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ลงเล็กน้อย จากปีก่อน มียอด 1.1 ล้านคน เหลือไม่เกิน 1 ล้านคน และมีรายได้ 65.5 หมื่นล้านบาท จาก 69.3 หมื่นล้านบาท สะท้อนจากตัวเลขตั้งแต่ต้นปี 68 จนถึงปัจจุบันแง่จำนวน MICE 5.9 แสนคน และมีรายได้ 33 หมื่นล้านบาท ส่วนคนในประเทศ น่าจะยังดี ซึ่งถึงปัจจุบันมียอด 12.6 ล้านคน รายได้ 42 หมื่นล้านบาท โดยทั้งปี 2567 มียอด 24 ล้านคน และ 78.7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว MICE 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง เยอรมนี สหรัฐ และญี่ปุ่น โดยช่วงไตรมาส 2 และ 3 ยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น จึงต้องเร่งการหาตลาดกลุ่มใหม่ๆ ในประเทศ และตลาดไกล อย่างกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย
“ส่วนปัจจัยสถานการณ์การเมืองในประเทศ ยังไม่มีผลต่อการจองจัดงานต่างๆ เท่ากับ เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ กระทบต่อความรู้สึกและภาพลักษณ์ อย่างเหตุแผ่นดินไหว จะเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงมากกว่า เพราะประเทศไทยมีองค์ประกอบที่ยังเหมาะต่อการจัดงาน เมืองไทยยังมีเสน่ห์ และอุตสาหกรรมต่างๆ ยังจำเป็นต้องจัดงาน เช่น อาหาร ยา เฮลธ์แคร์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ไทยก็ประมาทไม่ได้ เพราะการแข่งขันจัดงานระดับโลกแข่งขันสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไทยยังต้องรับมือกับการแข่งกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม”
ดังนั้น TICA จึงเตรียม 7 ข้อเพื่อนำเสนอภาครัฐ ผ่านการประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1.ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainability) และมีความรับผิดชอบมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น 2.ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อพัฒนาเส้นทางคมนาคม เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 3.เปลี่ยนแปลงลักษณะของนักท่องเที่ยว (จากการพักผ่อนสู่การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมาย) รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การประชุม การเรียนรู้ หรือจิตอาสา 4.ฝึกอบรมและยกระดับทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พัฒนาทักษะบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและเทคโนโลยีใหม่ 5.ใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว 6.ทบทวนกฎระเบียบและนโยบายใหม่ ปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้ทันสมัยและเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 7.ต่อต้านการหลอกลวงและคุ้มครองนักท่องเที่ยว เพิ่มระบบป้องกันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งนางสาวประชุมย้ำว่า หากทั้ง 7 ข้อเสนอไม่ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จะกดดันอุตสาหกรรมการจัดประชุมนานาชาติของไทยให้ลดลงได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือแม้พยุงยอดจำนวนให้คงตัว ก็เท่ากับประเทศไทยถอยหลัง และเพื่อให้อุตฯผ่านผลกระทบที่กำลังเผชิญ ระยะสั้นควรมีโครงการสนับสนุนการจัดงานให้กับองค์กรต่างๆ เหมือนมีโครงการเที่ยวคนละครึ่ง

