หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เรนวูด ปาร์ค...

‘เรนวูด ปาร์ค’ ปั้นเมืองใหม่ 5 หมื่นล้าน โมเดลต้นแบบ ‘ที่อยู่อาศัย’ ปลอดภัย

12.06.25 | 12:00 น.

เรนวูด ปาร์ค – กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง สำหรับอาณาจักรมิกซ์ยูส “เรนวูด ปาร์ค” มูลค่าโครงการ 5 หมื่นล้านบาท ของ “เรนวูด กรุ๊ป” โดยตระกูลรวยรุ่งเรือง ที่ต้องการสร้างเมืองต้นแบบ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนของทุกเจเนอเรชั่น มีทุกอย่างครบ ทั้งโรงเรียนนานาชาติ KIS International School ที่อยู่อาศัยลักชัวรี่ สนามกอล์ฟ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ โรงแรมหรูและคอมมูนิตี้มอลล์

โดยทุกอณูของพื้นที่ออกแบบให้สามารถรองรับกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าแผ่นดินไหวที่รับได้ไม่น้อยกว่า 7 ริกเตอร์ หรือแม้แต่น้ำท่วม เนื่องจากโครงการได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา “เรนวูด ปาร์ค” จับมือพันธมิตรอย่างฤทธา, A49 และ PIA จัดเสวนา “จากวิกฤต…สู่ชีวิตที่มองไกล FROM CRISIS TO VISIONARY LIVING 2025” สะท้อนวิสัยทัศน์ “เรนวูด ปาร์ค” สู่การสร้างเมืองต้นแบบที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับวิกฤตโลก พร้อมระบบพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำ และชุมชนที่เติบโตอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

“วรพนิต รวยรุ่งเรือง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป เล่าว่า เรนวูด ปาร์ค ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าคำว่า “บ้าน” เพื่อส่งมอบ คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติและดูแลทุกรายละเอียดให้เหมือนกับบ้านที่เราอยู่เอง ด้วยการลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยวงเงิน 10,000 ล้านบาท เริ่มจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 700 ไร่ หัวใจของโครงการ ระบบพลังงานสะอาด บริการหลังการขายแบบวันสต๊อปเซอร์วิส รวมถึงระบบบริหารจัดการที่เป็นผู้ดูแลเอง 100%

“หลังโควิด-19 เราได้เรียนรู้ว่าผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสงบ และความมั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เรนวูด ปาร์คจึงออกแบบให้เป็นเมืองที่พร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารที่ทนแรงสั่นสะเทือนได้สูงกว่ามาตรฐานกำหนด รวมถึงการสร้างคอมมูนิตี้ให้เป็นศูนย์กลางของทุกคนในครอบครัว และรองรับการอยู่อาศัยของคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก และรุ่นหลาน วันนี้พูดได้เลยว่า เรนวูด ปาร์ค พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายอย่างมีวิสัยทัศน์ แม้ในวันที่โลกไม่แน่นอน ตอนนี้เราพัฒนามาถึงเฟสที่ 2 ปลายปีนี้คอมมูนิตี้มอลล์จะเปิดบริการ ยังเหลือที่ดิน 200 ไร่จะพัฒนาเป็นเฟสที่ 3 ทั้งโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570” วรพนิตกล่าว

Advertisement

พร้อมกับย้ำว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โครงการไม่ได้รับผลกระทบ เพราะส่วนใหญ่เป็นการพัฒนารูปแบบโลว์ไรส์ และได้พาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ทั้ง A49 และฤทธา นอกจากนี้จากเหตุแผ่นดินไหวทำให้คนกังวลการอยู่ตึกสูงมาอยู่บ้านแนวราบมากขึ้น

ด้าน “รศ.ดร.โชติชัย เจริญงาม” ผู้อำนวยการพัฒนาโครงการ เรนวูด ปาร์ค เล่าว่าจุดเริ่มต้น “เรนวูด ปาร์ค” มาจากการออกแบบระบบชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในอนาคต โดยศึกษาปัจจัยภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพดิน น้ำ ลม และไฟ เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งปัจจุบันและระยะยาว อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไปจนถึงคุณภาพอากาศ และนำข้อมูลที่ได้ออกแบบระบบให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ใน “เชิงวิศวกรรม” ใช้มาตรฐานขั้นสูงสุดวางระบบสาธารณูปโภค เลือกใช้เสาเข็มยาวรองรับพื้นที่มีกายภาพของดินที่อ่อน ระบบบำบัดน้ำเสียที่ครอบคลุมทุกจุด ระบบผลิตน้ำสะอาดสำรอง บ่อกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Floating Solar ขนาดกว่า 2 เมกะวัตต์ที่จ่ายไฟฟ้าให้โครงการได้อย่างเพียงพอหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันและในภาวะฉุกเฉิน

โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซน ประกอบด้วย โซนอยู่อาศัย บริการ และสาธารณะ เพื่อในอนาคตประชาชนในพื้นที่รอบโครงการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใช้พื้นที่ และได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเปิดพื้นที่วิ่ง ตลาดชุมชน และส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในท้องถิ่นให้ประกอบอาชีพภายในพื้นที่ของโครงการได้ โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีที่สุดยอด ไม่ว่ากล้อง CCTV จำนวน 650 ตัวทั่วทั้งโครงการ โดรนตรวจการณ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

“สิ่งที่ได้เรียนรู้จากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเป็นการยืนยันว่าหลักการออกแบบที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นถูกต้องและแข็งแกร่ง เพราะใช้มาตรฐาน SDGs สร้างโครงการตั้งแต่ต้น ทั้งสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางโครงสร้าง คุณภาพชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ เราไม่ได้รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่วางระบบที่สามารถรองรับปัญหาไว้ล่วงหน้าแล้ว” รศ.ดร.โชติชัยกล่าว

ไม่เพียงเท่านั้น “รศ.ดร.โชติชัย” ยังบอกด้วยว่า โครงการยังได้ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภายในประเทศและระดับนานาชาติ ภาครัฐ เช่น การไฟฟ้า การประปา กรมโยธา เพื่อยกระดับระบบบริการในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก จากอังกฤษ จีน และสิงคโปร์ ด้านสนามกอล์ฟ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการให้บริการที่ถ่ายทอดองค์ความรู้มายังโครงการนี้โดยตรง

“เรายังพัฒนาพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เป็นต้นแบบเมืองแห่งอนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชุมชน คุณภาพชีวิตของทุกเจเนอเรชั่น ตอกย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนาอสังหาฯแห่งอนาคต ออกแบบที่ผสานแนวคิดด้าน ESG ตั้งแต่การจัดการสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย และชุมชนโดยรอบ มีพื้นที่สีเขียวถึง 700 ไร่ ต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ต้น ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ เสริมความร่มรื่น และฟื้นฟูระบบนิเวศ ระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่กว่า 57 ไร่ บึงรอบสนามกอล์ฟอีก 89 ไร่ ระบบ Solar Floating ในบ่อรูปหัวใจ ผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2 เมกะวัตต์ เสริมด้วยโซลาร์เซลล์อีก 16 จุดทั่วพื้นที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 400 กิโลวัตต์ รวมถึงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2 สถานี รวม 6 หัวจ่าย เป็นต้น” รศ.ดร.โชติชัยกล่าว

ด้าน “คุณภาพชีวิต” จัดสรรพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ทั้งลู่วิ่งและลู่จักรยานรอบโครงการกว่า 10 กม. ห้องฟิตเนส สนามเด็กเล่น และจักรยานให้ยืม โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตร่วมกันของทุกวัย พร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ตลอดจนระบบสลายประจุไฟฟ้าจากฟ้าผ่าและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าในพื้นที่สนามกอล์ฟ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

อีกหนึ่งมิติสำคัญคือ การคืนคุณค่าให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้พนักงานและผู้พักอาศัยมีส่วนร่วมในการลดขยะผ่านโครงการ “ขวดแลกไข่” สามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องได้กว่า 1 ตันในปีเดียว รวมถึงสนับสนุนภาครัฐและชุมชน เช่น บริจาคที่ดิน 4 ไร่ ตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 100 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพิ่มเสถียรภาพการจ่ายไฟในพื้นที่ และสนับสนุนอุปกรณ์บรรเทาน้ำท่วมในฤดูฝน “เรนวูด ปาร์ค” จึงไม่ใช่แค่โครงการที่พักอาศัย แต่สร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และชุมชน

หากพิจารณาด้านทำเลที่ตั้ง อยู่ติดถนนลำลูกกา คลอง 11 อีก 3 ปีมีโครงการทางด่วนสายจตุโชติ-ลำลูกกา อนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากคูคตต่อขยายมาลำลูกกา รวมถึงวงแหวนรอบที่ 3 ที่รัฐบาลมีแผนจะก่อสร้างนอกเหนือจากโครงข่ายถนน ทางด่วนและถนนวงแหวนรอบนอกในปัจจุบัน ตอนนี้เรากำลังสร้าง “เมืองในฝัน” ให้เป็นความจริงและสมบูรณ์แบบภายในปี 2570