หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เรนวูด ปาร์ค...

‘เรนวูด ปาร์ค’ พัฒนาโมเดลเมืองรับมือวิกฤต พลิกโฉมอสังหาฯไทย สร้างการอยู่อาศัยแห่งอนาคต

11.06.25 | 22:03 น.

‘เรนวูด ปาร์ค’ พัฒนาโมเดลเมืองรับมือวิกฤต พลิกโฉมอสังหาฯไทย สร้างการอยู่อาศัยแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน “เรนวูด กรุ๊ป” ผู้พัฒนาโครงการ “เรนวูด ปาร์ค” มูลค่าโครงการ 50,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ 2,000 ไร่ ติดถนนลำลูกกา คลอง 11 จับมือพันธมิตร บริษัท ฤทธา จำกัด บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) และ บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด (PIA) จัดเวทีเสวนา “จากวิกฤต…สู่ชีวิตที่มองไกล FROM CRISIS TO VISIONARY LIVING 2025” เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ “เรนวูด ปาร์ค” สู่การสร้างเมืองต้นแบบที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับวิกฤตโลก พร้อมระบบพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำ และชุมชนที่เติบโตอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

น.ส.วรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป เปิดเผยว่า เรนวูด ปาร์ค ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าคำว่าบ้าน เพราะจุดประสงค์ในการพัฒนาต้องการส่งมอบ ‘คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ และดูแลทุกรายละเอียดให้เหมือนกับบ้านที่เราอยู่เอง’ ด้วยการลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เริ่มจากหัวใจของโครงการคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ระบบพลังงานสะอาด บริการหลังการขายแบบ One-Stop Service

รวมถึงระบบบริหารจัดการที่เป็นผู้ดูแลเอง 100% เพื่อให้มั่นใจว่าลูกบ้านจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ภายใต้ภารกิจในฐานะผู้ออกแบบวิถีชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้คนหลากหลายเจเนอเรชัน หลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการส่งต่อประโยชน์คืนสู่ชุมชนโดยรอบ ผ่านการสร้างงาน การยกระดับมูลค่าของพื้นที่ และการเปิดพื้นที่บางส่วนให้เป็นสาธารณะสำหรับทุกคนได้มีส่วนร่วม

Advertisement

“การสร้างเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง ต้องดูว่าพร้อมด้วยอะไรบ้าง และเมืองที่เราสร้างขึ้นมา ไม่ได้มองระยะสั้น หลังสถานการณ์โควิด-19 ได้เรียนรู้ว่าผู้คนให้ความสำคัญความปลอดภัย ความสงบ ความมั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต จึงออกแบบให้เป็นเมืองที่พร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารที่ทนแรงสั่นสะเทือนสูงกว่ามาตรฐานกำหนด ไปจนถึงระบบบริการมาตรฐานโรงแรม จึงเป็นที่มาจากบ้านไปสู่วิถีชีวิตที่คิดมาเพื่ออนาคต วันนี้พูดได้เลยว่า เรนวูด ปาร์ค พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายอย่างมีวิสัยทัศน์ แม้ในวันที่โลกไม่แน่นอน พร้อม After-Sales Service ที่ดูแลแบบ Proactive มีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย และสื่อสารกับผู้อยู่อาศัยอย่างทันเหตุการณ์ โดยทั้งโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570 พร้อมกับทางด่วนสายจตุโชติ-ลำลูกกาสร้างเสร็จพอดี ” น.ส.วรพนิต กล่าว

น.ส.วรพนิตกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาอสังหาฯหลังแผ่นดินไหว ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง คือ ที่อยู่อาศัยคนอาจจะกัวลว่าอยู่ตึกสูง และเริ่มหาบ้านแนวราบมากขึ้น ส่วนการลงทุนก็คงมีชะลอไปบ้าง สำหรับเราเองก็ต้องหาจุดเด่นที่ไม่ใช่แค่บ้าน เราขายสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต เราเป็นเมืองที่เตรียมพร้อม ไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัย 100%

รศ.ดร. โชติชัย เจริญงาม ผู้อำนวยการพัฒนาโครงการ เรนวูด ปาร์ค กล่าวว่า เรนวูด ปาร์ค เริ่มต้นจากการออกแบบระบบชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในอนาคต โดยศึกษาปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพดิน น้ำ ลม และไฟ เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งในปัจจุบันและระยะยาว อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไปจนถึงคุณภาพอากาศ และนำข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาออกแบบระบบให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้า

ด้านวิศวกรรม ใช้มาตรฐานขั้นสูงสุดในการวางระบบสาธารณูปโภค ทั้งเลือกใช้เสาเข็มยาวรองรับพื้นที่ที่มีกายภาพของดินที่อ่อน ระบบบำบัดน้ำเสียที่ครอบคลุมทุกจุด ระบบผลิตน้ำสะอาดสำรอง บ่อกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Floating Solar ขนาดกว่า 2 เมกะวัตต์ จ่ายไฟฟ้าให้โครงการได้อย่างเพียงพอหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน โดยระบบสาธารณูปโภคเหล่านี้สามารถทำให้ เรนวูด ปาร์ค ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองในภาวะฉุกเฉินเสมือนเมืองอิสระที่มีความมั่นคงในตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

ยังแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนอยู่อาศัย โซนบริการ และโซนสาธารณะ เพื่อในอนาคตประชาชนในพื้นที่รอบโครงการสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ใช้พื้นที่ และได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเปิดพื้นที่วิ่ง ตลาดชุมชน ทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยี อาทิ กล้อง CCTV จำนวนโดยประมาณที่ 650 ตัวทั่วทั้งโครงการ โดรนตรวจการณ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

“โครงการนี้เป็นเมืองในฝันจริงๆ เราใช้ผู้ออกแบบและผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นมืออาชีพ สิ่งที่เราเรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เป็นการยืนยันว่าหลักการออกแบบที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องและแข็งแกร่ง เพราะเราใช้มาตรฐาน SDGs เป็นแนวทางหลักในการสร้างโครงการแห่งนี้ตั้งแต่ต้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงโครงสร้าง คุณภาพชีวิต เราไม่ได้รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่เราวางระบบที่สามารถรองรับปัญหาเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว” รศ.ดร. โชติชัย กล่าว

รศ.ดร. โชติชัย กล่าวว่า เรายังได้ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภายในประเทศและระดับนานาชาติ ทั้งภาครัฐ เช่น การไฟฟ้า การประปา และกรมโยธา เพื่อยกระดับระบบบริการในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก ทั้งจากประเทศอังกฤษ จีน และสิงคโปร์ ในด้านสนามกอล์ฟ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการให้บริการ เช่น Wentworth Golf Club , Four Seasons Hotel London At Tower Bridge , Reignwood Pine Valley Hotel เป็นต้น ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้มายังโครงการนี้โดยตรง เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพความพิถีพิถันให้ เรนวูด ปาร์ค เป็นชุมชนที่มีมาตรฐานระดับโลก และยังคงรักษาเสน่ห์ของความอ่อนโยนแบบไทยไว้อย่างครบถ้วน

“เรนวูด ปาร์ค ยังได้รับการพัฒนาสู่ต้นแบบเมืองแห่งอนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชุมชน และคุณภาพชีวิตทุกเจเนอเรชันอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการพัฒนาบนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนาอสังหาฯแห่งอนาคต ด้วยแนวทางการออกแบบที่ผสานแนวคิดด้าน ESG อย่างสมดุล ครอบคลุมการจัดการสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบ ”รศ.ดร. โชติชัยกล่าว

ด้าน ”ทรงพร ล้วนปรีดา” ผู้จัดการพัฒนาโครงการ เรนวูด ปาร์ค กล่าวว่า ภายในโครงการถูกออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 700 ไร่ หรือคิดเป็น 35% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ต้นที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ เสริมความร่มรื่น และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด ขณะที่ระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น “Heart Lake” พื้นที่กว่า 57 ไร่ และบึงโดยรอบสนามกอล์ฟอีก 89 ไร่ ได้ถูกวางระบบหมุนเวียนน้ำภายในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ปล่อยน้ำเสียสู่ภายนอก เป็นต้น ยังมีการคืนคุณค่าให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้พักอาศัยมีส่วนร่วมในการลดขยะผ่านโครงการ “ขวดแลกไข่” เริ่มโครงการทำปุ๋ยหมักจากใบไม้เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงไก่ไข่ สนับสนุนภาครัฐและชุมชนโดยรอบ เช่น การบริจาคที่ดิน 4 ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 100 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพการจ่ายไฟในพื้นที่ และการสนับสนุนอุปกรณ์บรรเทาน้ำท่วมในฤดูฝน

นายนิวัติ อ่านเปรื่อง ซีเนียร์ พาร์ทเนอร์ PIA กล่าวว่า การออกแบบโครงการต้องให้มีสเปชที่ผสมผสานกลมกลืนกัน ขายสเปชที่สวยที่สุดและอยู่กันเป็นแฟมิลี่ ซึ่งพื้นที่โซนนี้ไม่มีโรงงาน สามารถใช้ธรรมชาติบำบัดได้ และส่วนใหญ่เป็นแนวราบจึงไม่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหว

นายเมธินทร์ จันทรอุไร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท A 49 กล่าวว่า โครงการจะไม่ซักเซสเลยถ้าไม่มีสังคม จากประสบการณ์มีผู้พัฒนาไม่กี่รายที่มีเนื้อที่โครงการถึง 2,000 ไร่ มี 700 ไร่ เป็นพื้นที่สีเขียว ใหญ่เท่ากับสวนลุม 2 แห่ง การออกแบบเน้นธรรมชาติ และอากาศดี ทั้งนี้โครงการมีการกออกแบบรองรับเหตุการณ์ต่างๆไว้ล่วงหน้าแล้ว

นายปณิธาน เทพนิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ฤทธา จำกัด กล่าวว่า เราเป็นบริษัทเน้นเรื่องคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการเรนวูด ปาร์ค ท้าทายมาก แต่เราก็ทุ่มกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ เรารับงานปีละ 15,000 ล้านบาท เป็นรับเหมาคนไทยและรับงานก่อสร้างโครงการของเอกชน สามารถเทียบกับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โครงการก่อสร้างไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจ