หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ด กสทช.ถก...

บอร์ด กสทช.ถกวุ่น สกัด พิรงรอง ร่วมหารือมาตรการหลังควบรวมทรู-ดีแทค หลังเอกชนร้องเป็นคู่กรณี

12.06.25 | 17:21 น.

ประชุมบอร์ด กสทช.วุ่นอุตลุด ถกคุณสมบัติ ‘พิรงรอง’ ไม่ควรพิจารณาวาระเกี่ยวเนื่องกับ ‘ทรู’ ด้านการประมูลคลื่นล็อตใหม่ยังต้องลุ้ม การพิจารณาคุณสมบัติ ‘ทรู-เอไอเอส’ พบ 1 รายขาดคุณสมบัติ ศาลเคยสั่งยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) วันนี้มีการหยิบยกเอาวาระสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.การปรับปรุงเงื่อนไข หรือมาตรการเฉพาะ กรณีการควบรวมกิจการระหว่าง “ทรู-ดีแทค” และ 2.การพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 850 2100 และ 2300MHz ที่จะประมูลในวันที่ 29 มิ.ย. ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 2 ราย คือ “ทรู” และ “เอไอเอส”

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาการปรับปรุงมาตรการเฉพาะกรณีควบรวมกิจการทรู-ดีแทค มีการหยิบยกวารเร่งด่วนคือการคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. ในที่นี้คือ ศ.กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต ซึ่งมีการยื่นทักท้วงมาจากตัวแทนภาคเอกชน

สืบเนื่องจากมีข้อพิพาทระหว่าง บริษัท ทรูดิจิทัล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม TrueID ที่ยื่นฟ้องต่อ ดร.พิรงรอง ในข้อหาใช้อำนาจมิชอบ และศาลปกครองได้ตัดสินให้ ดร.พิรงรอง มีความผิดจริง

ด้วยมีความขัดแย้งกันมาก่อนจึงไม่ควรให้พิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณี ทำให้มีการพยายามกีดกัน ดร.พิรงรอง ออกจากการประชุมในวาระสำคัญดังกล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่าง “ทรู ดิจิทัล” และ ดร.พิรงรอง ไม่ใช่กับ “ทรูมูฟเอช” หรือ “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่เป็นผู้ควบรวมกิจการกับดีแทค ดังนั้น ทำให้ภายในบอร์ด กสทช.มีการถกเถียงอย่างดุเดือดยาวนานหลายชั่วโมง

ผลสรุปคือ บอร์ดให้สำนักงาน กสทช.ไปแยกประเด็นการพิจารณาว่าเป็นประเด็นของบริษัทใด มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาพความขัดแย้งของ ดร.พิรงรองโดยตรงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เป็นกรณีความผิดร้ายแรงหรือไม่ แล้วจึงนำเข้ามาให้พิจารณา ดังนั้น การปรับปรุงมาตรการเฉพาะหลังควบรวม “ทรู-ดีแทค” จึงยังไม่มีการพิจารณาเกิดขึ้น

อีกประเด็นที่น่าจับตาในวันนี้ คือการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นซองประมูลคลื่นความถี่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ซึ่ง AIS และ true ได้ส่งบริษัทลูกมายื่นซองและเอกสารพิจารณาคุณสมบัติเมื่อ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจาก กสทช.เปิดเผยว่า เบื้องต้นสำนักงาน กสทช.ชี้ว่า มีบริษัทหนึ่งยังไม่ผ่านคุณสมบัติในการประมูล เนื่องจากเคยถูกศาลพิจาณาความผิดและต้องถูกยึดทรัพย์มาก่อน แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นคดีประเภทใด และถูกยึดทรัพย์อะไร กรรมการ กสทช.จึงขอให้สำนักงานไปนำคำพิพากษาศาลและการบังคับยึดทรัพย์ในคดีดังกล่าวมากพิจารณาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นการประชุม กสทช.ต่อเนื่องเพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล

“หากมีหนึ่งในผู้ขอเข้าร่วมประมูลไม่มีคุณสมบัติ จะทำให้มีผู้เข้าประมูลเพียงรายเดียว ซึ่งสำนักงาน กสทช.ยืนยันว่ามีเพียงรายเดียวก็สามารถจัดการประมูลได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นอาจทำให้กรรมการหลายท่านไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการดึงดันประมูล เพราะตอนนี้ศาลปกครองก็ได้รับคำร้องของสภาผู้บริโภคในการยื่นฟ้อง ขอให้ศาลเพิกถอน ประกาศ กสทช.เรื่องการประมูลครั้งนี้แล้ว ซึ่งตอนนี้ได้ให้ กสทช.เข้าไปชี้แจงการดำเนินการประมูลอยู่” แหล่งข่าวระบุ