หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจร้านอาห...

ธุรกิจร้านอาหาร สะท้อนวิกฤตตลาด สู่ยุคไล่ล่าลูกค้า-อาหารจานเดียวตอบโจทย์

14.06.25 | 11:15 น.

ธุรกิจร้านอาหาร สะท้อนวิกฤตตลาด สู่ยุคไล่ล่าลูกค้า-อาหารจานเดียวตอบโจทย์

ต้องยอมรับว่า ปี 2568 เป็นปีแห่ง “ความยากลำบาก” ของภาคธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทรุดหนัก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไม่สู้ดีนัก จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะ“ธุรกิจร้านอาหาร” ที่กำลังฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอันหนักอึ้งนี้เช่นกัน

หากดูจากการประเมินของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่าในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะเติบโตอย่างชะลอตัว จนคาดว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.8% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่ว่าจะเติบโต 4.6% ขณะที่จำนวนร้านอาหารในปี 2568 อยู่ที่ 700,000 ร้าน ไม่รวมสตรีทฟู้ด และร้านสะดวกซื้อ

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเวทีเสวนา “สร้างโอกาสในวิกฤติ พลิกวิธีคิดสู่ทางรอดธุรกิจร้านอาหาร” ที่ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) จัดขึ้น เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจโฮเรก้า มองเห็น “โอกาส” ในการผ่านช่วงเวลาพายุฝนฟ้าคะนองทางเศรษฐกิจไปให้ได้

งานนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “HoReCa GO MORE โปรแรง ขายง่าย กำไรงาม” ณ โก โฮลเซลล์ สาขาศรีนครินทร์ ซึ่งเชิญผู้คนในแวดวงธุรกิจอาหารตลอดห่วงโซ่มาพูดคุย

Advertisement

“อาหารจานเดียว”ตอบโจทย์ยุคประหยัด

เริ่มจาก “เสน่ห์ สมศรี” ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร ฉายภาพสถานการณ์ของร้านอาหารในปัจจุบันว่า ทุกวันนี้คนประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น กำลังซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้าน ที่หันมาเลือกทานอาหารง่ายๆ อย่าง อาหารจานเดียว  ไม่เลือกเข้าร้านใหญ่ เน้นร้านสตรีทฟู้ดริมทาง ทานเสร็จแล้วกลับ การมาเป็นกลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว เพื่อนั่งทานในร้านอาหารน้อยลง

“จากข้อมูลของสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีสมาชิกใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่า ภาคการท่องเที่ยวส่งผลกับธุรกิจร้านอาหารไม่น้อย จากที่ขายดี ก็เหลือสถานะพอขายได้  แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพบว่า มีบางจังหวัดที่ยอดขายไปได้ดี อาทิ พิษณุโลก ลำพูน ชลบุรี(บางแสน)”

“เสน่ห์” ยังกล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ตอนนี้ร้านจะเน้นซื้อของน้อยลง แต่ซื้อบ่อยขึ้นต้องลดต้นทุนบางอย่าง เพื่อให้ร้านอยู่ได้โดยที่คุณภาพและรสชาติต้องเหมือนเดิม นอกจากนี้ควรมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ จะได้ช่วยกัน ที่สำคัญต้องไม่ลืมโซเชียลมีเดีย คนรุ่นใหม่มีร้านอาหารอยู่ในมือถือ บริการเดลิเวอรี่จะเป็นตัวช่วยทำให้ร้านอยู่ได้ แม้ว่าอาจจะต้องปรับขนาดร้านให้เล็กลง

“เสน่ห์ สมศรี” ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร

ยุคนี้ปลาไม่ได้วิ่งมาหาเรา เรามีหน้าที่วิ่งออกไปหาปลา

เช่นเดียวกับ “ศุภกิจ” เจ้าของร้านนายอ้วนเย็นตาโฟ กล่าวว่า “ผลกระทบเป็นเรื่องที่เราได้รับอยู่แล้ว แต่จะดิ้นอย่างไรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ตอนโควิดก็เคยดิ้นหนีตายมาแล้ว ปัจจุบันมี 45 ร้านทั้งในห้าง และนอกห้าง ซึ่งในห้างเขาจะช่วยดึงลูกค้าอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ห้างคนจะเยอะก็ช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  ส่วนร้านนอกห้าง เราก็ขยายเวลาเปิดปิดได้ ทำให้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยน จากเดิมจะเป็นกลุ่มเบบี้บูม ก็ได้กลุ่มเจนวายเพิ่มขึ้น

“สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจยุคนี้คือ การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าให้ได้ การหาไอเดียใหม่มาเสริม อย่างธุรกิจผม ต้องคิดเมนูใหม่ทุก 3 เดือน เพื่อสร้างความสนุกให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าไม่สามารถรับประทานเย็นตาโฟได้ 30 วันได้ จึงมีเมนูอื่นเสริม อาทิ บีบีมบับเย็นตาโฟ เป็นต้น ปัจจุบันคนที่อยู่รอดในธุรกิจนี้ ผมว่าไม่ใช่คนที่เก่ง แต่เป็นคนที่ปรับตัวได้ และคล่องตัว ยุคนี้ ปลาไม่ได้วิ่งมาหาเรา เรามีหน้าที่วิ่งออกไปหาปลา” ศุภกิจ กล่าว

“ศุภกิจ” เจ้าของร้านนายอ้วนเย็นตาโฟ

“เชฟ“ยุคนี้ต้องบริหารเป็น

ขณะที่ “เสาวกิจ ปรีเปรม” นายกสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทย กล่าวว่า ป้จจุบันธุรกิจโรงแรมหลายแห่งลดค่าใช้จ่าย ไม่อยากจ้างเชฟที่มีเงินเดือนสูง เขาจะเน้นดันผู้ช่วยเชฟขึ้นมา ทำให้เชฟต้องปรับตัว โดยทักษะที่เชฟต้องพัฒนาคือkitchen management และ การบริหารธุรกิจ ต้องครีเอทเมนูใหม่ๆ อยู่ในครัวไม่ได้ยิ่งใหญ่ในครัวอย่างเดียว เราต้องทำงานร่วมกับทุกแผนก ที่สำคัญรสชาติอาหารต้องคงที่เหมือนเดิม

“เพราะเจ้าของร้านอาหาร นิยมเรียนทำอาหาร เพื่อหวังเป็นหน่วยเสริม กรณีบุคลากรขาด หรือบางร้านอาจเป็นแกนหลักประหยัดพ่อครัว ประกอบกับ วัตถุดิบยุคนี้ ผลิตมาเพื่อเน้นสะดวกใช้งาน มีซอสสำเร็จ วัตถุดิบพร้อมปรุง ให้เลือกใช้ เป็นตัวช่วยคนทำธุรกิจอาหารได้เยอะ”เสาวกิจกล่าว

“เสาวกิจ ปรีเปรม” นายกสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทย

ถ้าผู้ประกอบการอยู่รอดได้ เราก็อยู่รอด

ด้าน “ซันนี่ ซิดิค” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด (โก โฮลเซลล์) กล่าวว่า เมื่อก่อนร้านอาหารต้องมีขนาดใหญ่ ห้องครัวต้องใหญ่ มีที่เก็บสต๊อก ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว โก โฮลเซลล์ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารเพื่อผู้ประกอบการ เป็นเสมือน ตู้เย็น หรือคลังสินค้า ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารและโฮเรก้า ที่มีวัตถุดิบคุณภาพ วัตถุดิบหายาก สินค้าสะดวกปรุง สินค้าพร้อมใช้งาน สินค้า Own brand A-Choice ราคาคุ้มค่าสำหรับเชฟมืออาชีพ และเจ้าของธุรกิจ บริการสั่งสินค้าออนไลน์ GO WHOLESALE Application

นอกจากนี้ ยังมีบริการให้ความรู้เพิ่มทักษะที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ มุมเบเวอร์เรจ โซลูชั่น กิจกรรมเวิร์กชอป ฯลฯ รวมถึงมีกิจกรรม HoReCa GO MORE ที่จัดขึ้นเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหารโดยเฉพาะ

“เราใส่ใจถึงปัญหาของผู้ประกอบการ เราจึงคิดหาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหา และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้ได้ โดยคิดครอบคลุมทั้ง ด้านสินค้า บริการ ประสบการณ์ กระทั่งราคา เรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ เราพร้อมเป็นตัวช่วยผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เพื่อพาผู้ประกอบการธุรกิจอาหารก้าวไปข้างหน้าและเติบโตไปพร้อมกัน เรามองว่าถ้าผู้ประกอบการอยู่รอดได้  โก โฮลเซลล์ ก็อยู่รอดด้วย…ความสำเร็จคุณ เป้าหมายเรา” ซันนี่ กล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรมล่าสุด HoReCa GO MOREสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร และธุรกิจโฮเรก้า โดยเฉพาะ ครบครันทั้ง สินค้าราคาพิเศษลดต้นทุน กิจกรรมเวิร์กชอป โดยเชฟจากสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทยกว่า 60 คอร์ส ให้เก็บเกี่ยวความรู้เป็นไอเดียสร้างเมนูทำเงิน จัดหมุนเวียนที่ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 13 สาขา ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน – 12 สิงหาคมนี้

“ซันนี่ ซิดิค” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด (โก โฮลเซลล์)