สงครามตะวันออกกลาง ดันราคาทองพุ่งแรง ฮั่วเซ่งเฮง ปิดซื้อ-ขายทุกระบบ จับตาราคาพรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายพื้นที่ทั่วอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และโรงงานผลิตขีปนาวุธ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดทองคำจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาทองจะยังทรงตัวในระดับสูงจากความกังวลว่าจะมีการตอบโต้จากอิหร่าน และกำลังเป็นที่จับตาแนวโน้มราคาทองคำในวันเปิดตลาดวันที่ 16 มิถุนายนนี้
จากรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 9-14 มิถุนายน 2568 มีการประกาศราคาทองในประเทศทั้งหมด 56 รอบ เป็นการปรับขึ้น 31 รอบ ลดลง 25 รอบ รวมราคาปรับเพิ่มขึ้น 1,100 บาท เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว
โดยวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน ปรับขึ้นครั้งเดียว 50 บาท
-ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 52,450 บาท ขายออกบาทละ 52,550 บาท
-ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 51,407.56 บาท ขายออกบาทละ 53,350 บาท
ขณะที่ราคาทองคำโลกปิดตลาดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาพุ่งขึ้นแรงสู่บริเวณ 3,432 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้รับปัจจัยหนุนจากการเดินหน้าเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายพื้นที่ทั่วอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และโรงงานผลิตขีปนาวุธ ซึ่งจุดกระแสความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลาม
ล่าสุด “ฮั่วเซ่งเฮง” ประกาศปิดการซื้อ-ขาย ทองคำแท่งทุกระบบจากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง เป็นการชั่วคราวในวันที่ 15 มิถุนายน และจะเปิดให้บริการเป็นปกติวันที่ 16 มิถุนายน 2568

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า จากสงครามอิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลต่อราคาทองผันผวน ต้องรอดูสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) จะมีการตอบโต้อย่างรุนแรงหรือไม่ ถ้ารุนแรงก็น่าจะส่งผลต่อราคาทองพุ่งขึ้นแรง แต่ถ้าไม่รุนแรงราคาก็ปรับขึ้นเป็นปกติ ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน
อีกปัจจัยที่ยังคงมีผลต่อราคาทองคำคือ นโยบายภาษีทรัมป์ ที่ยังไม่ชัดเจน และเจรจายังไม่จบ จึงยังมีผลต่อราคาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งคำพูดของทรัมป์จะมีผลอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนซื้อเก็งกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาทองคงยังไม่หลุดบาทละ 50,000 บาทง่ายๆ

