พาณิชย์ ผนึก 17 หน่วยงาน ลุยปูพรมปราบนอมินีทั่วประเทศ เป้า 4 จว. ทุนนอกพุ่ง ผงะสินค้านำเข้าเจอสารตกค้างเพิ่ม 32%
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ร่วมกับตัวแทน 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า การประชุมครั้งนี้ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และติดตามปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานต่างๆ ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์ม e-Commerce 2.การเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้า โดยเฉพาะในเขต Free Zone 3.การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า และ4.การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้า (Transshipment)
ในรายงาน พบว่า ข้อมูลสถิติจากเดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมายแล้ว 57,739 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,287 ล้านบาท สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท และดำเนินการ Notice and Takedown เพื่อลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 14,976 รายการ มีการปราบปรามธุรกิจนอมินีแล้ว 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและการบิดเบือนข้อมูลการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมพัฒนาระบบตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลสินค้านำเข้า โดยสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้การประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นความผิดมูลฐานและ สำนักงาน ป.ย.ป. ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Transshipment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ
นายพิชัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย(นอมินี) ภายในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เพื่อตรวจสอบสืบสวน สอบสวน จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และเบื้องต้น จะมีการประชุมร่วมกันในสัปดาห์หน้า โดยคณะทำงานฯจะมีร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามการตรวจนอมินีในทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเชิงรุกปูพรมทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายตรวจสอบมีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีลักษณะนอมินี 46,918 ราย เน้น 4 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การตรวจสอบธุรกิจนอมินี กระทรวงฯดำเนินการตรวจสอบบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 0.0001–49.99% ทั่วประเทศ รวม 46,918 ราย โดยการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สรรพากรพื้นที่ จัดหางานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด โดยมีพาณิชย์จังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ พร้อมกำหนดไทม์ไลน์อย่างชัดเจน คาดตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 1 ปี โดยช่วง 6 เดือนแรกสามารถดำเนินการครอบคลุม 69 จังหวัด ส่วนอีก 7 จังหวัดที่มีจำนวนบริษัทมาก จะมีทีมจากส่วนกลางลงไปสนับสนุนเป็นพิเศษ
ในส่วนของการป้องกันไม่ให้มีบริษัทนอมินีรายใหม่เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทยอีก รัฐบาลมีแผนปรับปรุงกฎหมาย โดยเสนอให้เพิ่มความผิดฐาน “นอมินี” เข้าไปเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะเปิดทางให้สามารถยึดหรือริบทรัพย์สินของบริษัทที่กระทำผิดได้

ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนเองและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันให้ ครม. มีมติส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ทั้ง 3 วาระรวด โดยจะใช้กลไกของกรรมาธิการและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ออกโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดบริษัทนอมินีรายใหม่ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลคณะกรรมการอาหารและยา(อ.ย.) รายงานที่ประชุมว่า การตรวจสอบสินค้านำเข้าพบสารพิษตกค้างที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ในปี 2567 เพิ่มถึง 32% จากปี 2566 ซึ่งเป็นอัตราก้าวหน้า ที่ปี 2566 เพิ่ม 25% จากปี2565 และกังวลว่าหากไม่มีปรบปราม จะเจอสินค้านำเข้าที่มีสารพิษตกค้างสูงขึ้น

