หอการค้าไทย-พณ. เกาะติดกัมพูชาป่วนด่านค้าชายแดน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ท่าทีของหอการค้าไทย สนับสนุนความถูกต้อง บนหลักยึดความมั่นคงและอธิปไตย โดยภาคเอกชนโดยรวมยังไม่กังวลต่อการค้าและการลงทุนโดยภาพรวม เนื่องจากการส่งออกของไทยมีหลายช่องทาง อีกทั้งประเทศติดชายแดนไทย ยังชื่นชอบและติดแบรนด์สินค้าไทย ด้านแรงงานสามารถหาแรงงานอีกหลายประเทศมาทดแทน ส่วนที่ได้ผลกระทบโดยตรง ที่น่าห่วงคือการค้ารายย่อยๆ ที่มีการค้ารายวันตามชายแดน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทยกับกัมพูชา ว่า กรมฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการประชุมหารือกับตัวแทนหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต่อเนื่อง ซึ่งหากสถานการณ์หน้าด่านชายแดนติดกับกัมพูชายังผันผวนยืดเยื้อ ก็จะประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น ภาคเอกชนยังยืนยันว่าการขนส่งสินค้าโดยภาพรวมยังปกติ อาจมีบางช่วงที่มีติดในเรื่องเวลาเปิดหรือปิด แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ภาคเอกชนอาจต้องมีการปรับการบริหารจัดการเรื่องขนส่ง ส่วนตัวเลขการค้าชายแดนอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล
ทั้งนี้ ปี 2567 ไทยส่งออกไปกัมพูชาประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นค้าชายแดน 1.4 แสนล้านบาท ซึ่ง 7 จังหวัดไทยติดชายแดนกัมพูชา ได้แก่ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ที่มีด่านถาวรรวม 18 ด่าน
นางอารดา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าจัดทำรายละเอียดเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังการสวมสิทธิ์เพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐ จากเดิม 49 รายการ เป็น 65 รายการ ว่า อยู่ระหว่างการจัดพิกัดให้สอดรับของไทยกับสหรัฐ เพื่อให้ไม่ให้กระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งใน 65 รายการ จะมีผู้ประกอบการที่จะตรวจสอบประมาณ 2 พันราย และเป็นรายการสินค้าเฝ้าระวังจะมีจะสัดส่วนไม่เกิน 30% ของส่งออกไทยไปตลาดสหรัฐฯ

