หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดกระตุ้นศ...

บอร์ดกระตุ้นศก. เคาะ 1.1 แสนล. ทำถนน-จัดการน้ำ-จ้างงานทั่วปท. คาดดันจีดีพีเพิ่ม 0.5%

19.06.25 | 06:40 น.
บอร์ดกระตุ้นศก.

บอร์ดกระตุ้นศก.เคาะ 1.1 แสนล. ทำถนน-จัดการน้ำ-จ้างงานทั่วปท. คาดดันจีดีพีเพิ่ม 0.5% พิชัยปลื้มส่งออก พ.ค. พุ่ง 18.4% พณ. รับ 5 โจทย์ภาษีมะกัน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา และเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินราว 1.15 แสนล้านบาท จากกรอบวงเงินรวม 1.57 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาวะที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 24 มิถุนายน

“โดยงบดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด เน้นโครงการที่สามารถจ้างงานได้จริง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการและคณะทำงานร่วมหลายฝ่าย อาทิ ด้านน้ำ การคมนาคม และการท่องเที่ยว แล้วได้ให้ข้อสังเกตว่าอะไรควรทำบ้าง สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติจะต้องสามารถผูกพันงบได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวอีกว่า โครงการที่อนุมัติในล็อตแรก แบ่งใช้จ่ายเป็น โครงการน้ำและคมนาคม 70% ครอบคลุมการบริโภค ป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง และถนนเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง โครงการท่องเที่ยว 10% ได้รับการจัดสรรประมาณ 10,530 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้รองรับมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกา ด้านการศึกษา และโครงการอื่นๆ

“วงเงิน 1.1 แสนล้านบาทนี้ คณะกรรมการชุดใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะเห็นว่า 1.มีการกระจายการลงทุนทั่วประเทศ และครอบคลุมไปในรายจังหวัดเกือบทุกจังหวัด แล้วก็เกือบทุกอําเภอ 2.จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำจะได้รับสัดส่วนงบมากกว่าจังหวัดรายได้สูง เช่น กรุงเทพฯ หรือระยอง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ทั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานได้ราว 6-7 ล้านตำแหน่ง มีค่าจ้างรวมราว 30,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30% ของวงเงินที่อนุมัติ” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวอีกว่า สำหรับวงเงินที่ยังไม่ได้พิจารณาอีกราว 4.2 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เสนอโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากอาจซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม หรือยังไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด โดยจะเรียกประชุมเพื่อกลั่นกรองอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ หากดำเนินการได้ตามแผนทั้งหมดในวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท จะกระตุ้นจีดีพีได้ราว 0.5-0.6% แต่หาก
เบิกจ่ายเฉพาะ 1.15 แสนล้านบาท คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4-0.5%

Advertisement

“นี่คือการวางรากฐานเศรษฐกิจของไทย ทั้งด้านน้ำ ถนน การท่องเที่ยว และการจ้างงาน ซึ่งล้วนเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังมายาวนาน ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และกระตุ้นการลงทุนระยะยาว” นายพิชัยกล่าว

ที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ พณ. เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนพฤษภาคม 2568 มีมูลค่า 31,044.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และขยายตัวสูงถึง 18.4% ในแง่มูลค่าเทียบต่อเดือนถือว่าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 38 เดือน นับตั้งแต่มีนาคม 2565 ส่งผลให้การส่งออก 5 เดือนแรก 2568 มีมูลค่า 138,202 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.9% โดยยังมองแนวโน้มการส่งออกที่เหลือของปีนี้จะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า วันนี้เป็นการรับข้อเรียกร้องหรือเป็นการรับโจทย์ที่ทางสหรัฐ ว่ามีประเด็นใดที่ต้องทบทวน เพื่อปรับสมดุลการค้าและทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ โดย 5 ประเด็นหลักที่สหรัฐเสนอมา ประกอบด้วย 1.มาตรการทางภาษี และโควต้า 2.มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี NTB (Non-Tariff Barriers) 3.การบริหารจัดการข้อมูลทางการค้าดิจิทัลระหว่างสองประเทศ 4.กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดทางสินค้า 5.มาตรการด้านความมั่นคงของกิจการภายในประเทศ และด้านเศรษฐกิจ จากนั้นต้องส่งข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็นของสหรัฐ ส่งไปยังให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้จัดทำรายละเอียดเสนอกลับมายังคณะของตน เพื่อส่งกลับข้อเสนอของไทยกลับให้สหรัฐ ผ่านประชุมระบบทางไกลในวันที่ 20 มิถุนายน จากนั้นรอการพิจารณาของทางสหรัฐ ซึ่งน้ำหนักประเด็นของไทย คือ การลดภาษีนำเข้าในสินค้าบางรายการ การซื้อเครื่องบินโบอิ้ง การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ และการลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมไทยกับสหรัฐ ระดับเทคนิคและการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยปลัด พณ.เป็นแกนนำ ได้ใช้การประชุมระบบทางไกล ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 18 มิถุนายน และใช้เวลาในการประชุมร่วม 2 ชั่วโมง ที่ต้องติดตามคือการประชุมระดับรัฐมนตรีการค้าที่มีนายพิชัยหัวหน้าทีมเจรจาไทย-สหรัฐ จะจัดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นการประชุมระบบทางไกล และน่าจะมีความชัดเจนในเดือนกรกฎาคมนี้