ปิดตลาดภาคเช้า หุ้นไทยรูดกราว 18.58 จุด รับความกังวลวิกฤตการเมืองไทย
วันที่ 19 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะดัชนีซื้อขายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า วันนี้หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,094.58 จุด ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,076.00 จุด ปรับลดลง 18.58 จุด หรือลบ 1.70% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,085.71 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,068.37 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 25,891.35 ล้านบาท
โดยนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขายภาคเช้า โดยปรับตัวลงแรงต่ำสุดประมาณ 26 จุด ก่อนลดช่วงลบลงแต่ยังปิดตลาดด้วยการปรับลดกว่า 18.58 จุด สาเหตุเนื่องจากได้รับแรงกดดันความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะความไม่เชื่อมั่นของรัฐบาล หลังจากมีคลิปเสียงพูดคุยแบบไม่เป็นทางการระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และสมเด็จฮุน เซน แห่งกัมพูชา ประกอบกับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงมีแรงขายหลักในหุ้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และไอซีทีออกมากดดันดัชนีรวม
“แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยในระยะถัดไป ประเมินภาพว่าคงปรับตัวลงต่อเนื่อง กดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นหลัก ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,070-1,085 จุด รวมถึงมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง ซึ่งเป็นเรื่องในประเทศเป็นหลัก อาทิ การเคลื่อนไหวของภาวะค่าเงินบาท วิกฤตการเมืองไทย แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เชิญชวนประชาชนออกมาร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยโหมโรงรอมวลชนทยอยรวมตัวบุกทำเนียบรัฐบาล” นางสาววิลาสินี กล่าว

